บทสัมภาษณ์โดย คิมเจดง
เรียบเรียงบทความโดย พัคคยองอึน



"คนดังก็อยากจะกลับไปเป็นเด็กในบางครั้ง ทว่าแรงกดดันที่บังคับให้ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่"

ผู้ที่เป็นเหมือนหลานสาวที่น่ารักของแฟนๆรุ่นลุง เป็นน้องสาวของเหล่าทหารในกองทัพ และเป็นที่รักของเพื่อนๆหรือคนในรุ่นราวเดียวกัน โซนยอชิแด พวกเธอไม่เป็นแค่เพียงเป็นเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคนี้เท่านั้น แต่พวกเธอยังเป็นตัวแทนของความนิยมทั้งหลาย ณ ตอนนี้ พวกเธอได้ก้าวข้ามสู่ความสำเร็จในญี่ปุ่น และกลายมาเป็นเหมือนสินค้าส่งออกขนาดยักษ์แห่งเกาหลี ด้วยความต้องการของคิมเจดง เขาคือผู้ที่เป็น 'โอป้า'(พี่ชาย) ของสมาชิกทั้ง 9 ฮ่าๆๆ แต่ว่าเขาจะไม่สามารถมีคำตอบให้หรอกนะ ถ้าคุณลองไปถามเขาว่า "คุณมันเป็นรุ่นลุง ทำไมสาวๆต้องเรียกคุณว่าโอป้าด้วยละ?" เขาจะพูดแค่เพียง "ยังไงซะ พวกเธอก็ยังเรียกผมว่าโอป้า" เขาได้พบกันสมาชิกโซนยอชิแด 'ซูยอง' ทำไมเขาอยากจะพบกับซูยอง? ก่อนที่เหล่าหัวหน้าทีมแฟนคลับจะรู้สึกอะไรไป ฉันขออธิบายไว้ก่อนว่า ด้วยความที่เป็นธรรมชาติในการสัมภาษณ์นี้บวกกับตารางงานอันยุ่งเหยิงของสมาชิก SM แนะนำให้เราทำบทสัมภาษณ์นี้ขึ้นมา ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดไป

คิมเจดง: มันนานเท่าไหร่แล้วนะ?(ที่พวกเขาได้มาพบกันอีก) 1 ปีมั้ย?
ซูยอง: เอ๊ 1 ปีอะไรกันค่ะ ฉันยังเห็นพี่ที่บ้านพี่ฮ่าฮ่าอยู่เลย ฉันคิดว่ามันครึ่งปีเองค่ะ
คิมเจดง: อ่อ พี่ขี้ลืมน่ะ เธอลองอายุมากแบบนี้ก่อนแล้วกัน ช่างมันเถอะ เธอรู้สึกยังไงมั่งละที่ได้อันดับที่ 1 ในญี่ปุ่น?
ซูยอง: ฉันยังไม่เชื่อจริงๆค่ะ ทุกสิ่งมันดูมหัศจรรย์มาก ฉันเคยไปโปรโมทด้วยตัวเองในญี่ปุ่นมาเมื่อ 3 ปีก่อนค่ะ ช่วงนั้น ฉันอยากที่จะไปออกรายการเพลงของญี่ปุ่นอย่าง 'Music Station' อยู่ตลอดเลยค่ะ ฉันเลยไปขอร้องให้ทางบริษัทจัดการให้ แต่ว่าเรายังไม่เป็นที่รู้จักมาก แต่ตอนนี้ เราสามารถไปออกรายการโชว์ได้แล้ว มันสุดยอดมากค่ะ สมาชิกคนอื่นแค่คิดว่า "อ่า เราต้องไปโชว์นี้นะ" แต่ว่าฉันจะแอบร้องไห้อยู่เงียบๆค่ะ
คิมเจดง: พวกเธออยู่ได้ก็เพราะว่าพวกเธออยู่กันเป็นกลุ่ม แต่พี่ว่ามันก็ต้องมีเรื่องที่ยากลำบากในการไปโปรโมทในต่างประเทศอยู่ดีนะ
ซูยอง: สมาชิกต่างก็ดีกับฉันและน่ารักมากค่ะ ทุกคนต่างก็พูดว่าถ้ามันยากละ แต่มันก็แค่ความรู้สึกค่ะ มันเหมือนเราไปทัศนศึกษาด้วยกัน ดังนั้นเราจึงสนุกมากกว่า เรายังไป Disneyland ด้วยตัวเองกันอยู่เลยค่ะ เราไม่ได้แบบว่า "พวกเราต้องประสบความสำเร็จแม้มันจะถึงตายก็ตาม" เราก็แค่อยากสนุกและเพลิดเพลินของเราเอง เพื่อที่แฟนๆจะได้มีความสุขไปด้วยค่ะ
คิมเจดง: พี่ไม่ชอบ Disney เลย อันที่จริง พี่ก็แค่ไม่ชอบอะไรก็ที่มันตาโตเท่านั้นแหละ
ซูยอง: (*ถอนหายใจ*) เฮ้อ พี่ค่ะ ฉันชอบ Disney นะ มันเหมือนของกำนัลจากสรวงสวรรค์ ตอน Tinkerbell ไต่ลงมาจากลวดสลิง มันประทับใจมากจนฉันร้องไห้เลยค่ะ
คิมเจดง: เธอมัน 22 ปีแล้วนะ ไม่แก่เกินไปที่จะไปสวนสนุกหรือดู Mickey Mouse อะไรพวกนี้หรอกหรอ?
ซูยอง: ช่างเหอะ พี่สาวฉันอายุ 26 เธอยังรัก Mickey Mouse อยู่เลย

ในจุดนี้ ซูยองน่ารักมากน่าเอ็นดูมาก ทำให้ในใจผมสั่นเลยนะ มันรู้สึกเหมือนผมเป็นพี่ชายที่ได้มองดูน้องสาวตัวน้อยประสบความสำเร็จในบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่




ซูยอง: พี่ค่ะ ฉันเคยถ่ายแฟชั่นแมกกาซีนก่อนที่จะเดบิวท์มาครั้งนึงค่ะ ช่วงประมาณเกรด 8 ค่ะ ฉันยังเคยถูกสัมภาษณ์ด้วยนะ เขาถามว่าฉันชอบดาราคนไหน ซึ่งฉันก็ตอบไปว่า คิมเจดง ค่ะ
คิมเจดง: ทำไมเธอเพิ่งมาบอกอะไรตอนนี้ แล้วก็ทำไมต้องกระซิบด้วยละ?
ซูยอง: ถ้าสมาชิกรู้เข้า พวกเธอจะกลั่นแกล้งฉันค่ะ ก็ฉันเป็นแฟนตัวยงของโจอินซองกับโจซึงอู นี่หน่า ฉันไม่เคยพบพวกเขาหรอกนะ แต่ว่าฉันก็อยากจะพบพวกเขาเข้าสักวัน เช่นเดียวกันกับฮวังจองมินค่ะ
คิมเจดง: ย้าา อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ เมื่อกี้ เธอพูดว่าเธอเป็นแฟนของพี่ ตอนนี้มันไม่ใช่รึไง?
ซูยอง: ฉันเป็นแฟนของใครต่อใครหลายคนค่ะ เมื่อพวกเขายังเข้าไม่ถึงตัวและฉันต้องยังไม่เคยพบด้วยค่ะ พอหลังจากได้พบป่ะกันแล้ว ความสัมพันธ์มันจะเป็นแบบรุ่นพี่รุ่นน้องมากกว่าแฟนค่ะ ก็แบบเดียวกับของพี่นั่นละ
คิมเจดง: ฮืมม นั่นมันอาจใช่กับพี่ได้นะ แต่มันไม่เหมือนกับโจอินซองหรือโจซึงอูหรอก พวกเขาคงไม่กลายมาเป็นรุ่นพี่หรือพี่ชายที่สนิทๆง่ายขนาดนั้นหรอกนะ แม้พวกเธอจะคิดว่าเขาจะมีเสน่ห์ดึงดูดมากก็ตาม แต่อาจจะโชคดีก็ได้นะ เหตุผลบางอย่างมันทำให้พี่เศร้าเวลามองคนหนุ่มกว่า
ซูยอง: อันที่จริง ฉันก็กังวลและก็ตื่นเต้นมากค่ะ ตอนที่มีคนบอกว่าฉันจะต้องมาสัมภาษณ์กับพี่ มันรู้สึกเหมือนว่าฉันต้องไปสนทนากับใครบางคนที่น่านับถือ เหมือนว่าพี่จะเป็นหนึ่งในคนนั้นค่ะ
คิมเจดง: อาอีกู รู้มั้ย? ฮ่าๆ ถ้าคนอื่นจะมีความสุขมันก็คงเพราะเธอนี่ละ พวกเขาไม่มีทางลืมลักษณะแบบนี้ของเธอหรอกนะ เอาเถอะถึงยังไงเธอก็มีแฟนๆรุ่นคุณลุงมากมายที่ญี่ปุ่นใช่มั้ย?
ซูยอง: ไม่ค่ะ มีแค่ในเกาหลีค่ะ เรามีแฟนๆผู้หญิงมากมายในญี่ปุ่น มีแฟนๆพี่สาวและคุณป้ามากกว่าค่ะ เวลาเรายืนบนเวที แฟนๆอายุราวๆเราจะแสดงความสนใจกันอย่างมากมาย แต่แฟนๆรุ่นคุณลุงจะดูแบบเงียบๆค่ะ
คิมเจดง: มันก็เป็นไปได้นะ เพราะว่าพวกเขาชอบเธอแต่ว่าพวกเขาไม่ค่อยมีแรงมากเท่าไหร่หรอก มันลำบากก็เพราะว่าเธออยากได้ยินเสียงกรี้ด พอผ่านไป 2 นาที เธอก็จะเริ่มเห็นพวกเราไอและก็เจ็บคอนะ ตอนนี้เธอยังได้รับจดหมายมากมายจากแฟนๆอยู่อีกมั้ย?
ซูยอง: เราได้มามากมายเลยค่ะ จดหมายจากแฟนๆญี่ปุ่นมันมีความน่าสนใจมากนะค่ะ เพราะว่าพวกเขาลงทุนเรียนภาษาเกาหลีและเขียนจดหมายมาหาเราเป็นภาษาเกาหลีเลยค่ะ มีคนนึงส่งของขวัญมาเป็นหนังสือ พวกเขาไม่เพียงแค่ส่งหนังสือมาให้ พวกเขายังเขียนข้อความได้ดีในสมุดที่หนาและส่งมันมาพร้อมเป็นหนังสืออ่านเล่น บางคนส่งหนังสือที่ Sean(นักร้อง) เขียนมาให้ และยังเขียนมาด้วยว่า "ฉันหวังว่าจะมีชีวิตแต่งงงานเหมือนคู่รักนี้สักวัน" ฉันก็มีความคิดเช่นเดียวกันตอนอ่านเหมือนกันค่ะ
คิมเจดง: เธอคิดถึงเรื่องแต่งงานแล้วหรอเนี่ย?
ซูยอง: มันก็แค่คิดค่ะ พี่ก็รู้ การที่จะมีใครคนนึงในโลกที่ฉันจะมาอยู่ด้วยกัน พวกเขาเหล่านั้นยังคงเป็นปริศนา แต่ว่าเขาคงอยู่ที่ไหนสักแห่ง ส่วนฉันก็ยังไม่รู้ว่าคือใคร แต่ภาพจินตนาการการมีอยู่ของเขาที่น่ารักมันทำให้ฉันอยากจะรู้มากค่ะ
คิมเจดง: พี่ว่ามันเป็นความคิดของคนที่อายุ 37 ในตอนนี้นะ พี่คิดว่ามันยากที่จะใช้ชีวิตไอดอลและเดทไปด้วย เธอก็รู้ว่ามันไม่แฟร์ใช่มั้ย? เธอก็มีข้อจำกัดในการพบป่ะผู้คนและก็ยุ่งไปกับตารางงานต่างๆ เธอยังมีข้อจำกัดในการไปสถานที่ต่างๆที่เธอจะไปอีกด้วยนะ



ทำไมผู้คนถึงให้ความสนใจโซนยอชิแดกันมาก? ไม่ใช่แค่ในเกาหลีเท่านั้น แต่รวมไปถึงญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และที่ต่างๆมากมาย ซูยองเอ่ยว่านั่นก็เพราะ 'พลังและความรัก'

ซูยอง: จากบรรดาสมาชิกทั้งหมด ฉันจะเข้มงวดมากค่ะ ฉันคิดเสมอว่าฉันตามหลังในบางสิ่ง แต่ว่าฉันก็แชร์กับสมาชิกมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เราควรเปลี่ยนในครั้งต่อๆไป และหลายสิ่งนั้นก็มาจากการเต้นของพวกเรา ถ้าไลน์มันไม่ได้หรือไม่เพอร์เฟ็ค ฉันจะเป็นคนนึงที่จี้จุดบ่อยมากที่สุด จนฉันคิดว่าฉันสามารถเรียกตัวเองได้ว่า 'นักจี้จุด' ค่ะ
คิมเจดง: ฮ่าฮ่า เหมือนว่าพี่กำลังสัมภาษณ์นายทหารหรือใหญ่กว่านั้นอีกนะเนี่ย แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นละ ถ้าเธอเป็นคนที่ทำพลาดซะเอง?
ซูยอง: ถ้ามีสมาชิกบอกมาชี้จุดบกพร่อง ฉันจะขอบคุณมากค่ะ ถ้าพวกเขาบอกว่าฉันทำอะไรผิดไป สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้มาจากการใช้ชีวิตเป็นกลุ่มก็คือการให้ความสำคัญในการพูด ถ้าฉันตั้งใจที่จะจับผิดแต่ละคน ฉันก็ไม่รู้จะพูดมันอย่างไรที่จะให้พวกเธอทำให้ถูกต้อง พวกเธออาจจะอารมณ์เสียแน่ๆ พอถ้าฉันเริ่มมีอารมณ์หรือโมโหขึ้นมา ฉันก็จะหยุดตัวเองและพักจนรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วค่อยไปเตือนคนอื่น ถ้าเป็นแบบนี้ เวลาฉันไปบอกโดยไม่มีความโมโหหรืออารมณ์เสียแบบนั้น จะทำให้พวกเธอจะรู้สึกขอบคุณจริงๆมากกว่าค่ะ
คิมเจดง: เธอดูเป็นผู้ใหญ่มากด้วยวัยแค่นี้เองนะ? พี่ว่าเธอก็เป็นแบบนี้มาก่อนแล้ว แต่..
ซูยอง: การที่ต้องอยู่พร้อมกับสมาชิกตลอดเวลาแบบนี้ ฉันเลยรู้สึกว่าตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ฉันคิดว่าคนดังก็ต้องทำตัวให้ดูเป็นผู้ใหญ่อย่างเลือกไม่ได้ แต่ว่าแม่ของฉันก็เคยให้ข้อคิดไว้ว่า "ไม่ว่าเธอจะพูดสักกี่ครั้งว่าเธอคือโซนยอชิแด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอกลับบ้าน เธอคือลูกสาวคนเล็กของแม่ ไม่ใช่โซนยอชิแด" มองในอีกแง่ ฉันไม่อยากจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่รวดเร็วแบบนี้จริงๆค่ะ ฉันยังอยากที่จะเป็นเด็กสาวตลอดไปอยู่เลย

การได้สนทนากับซูยอง มันรู้สึกเหมือนเธอเป็นพี่สาวคนโตของผมเอง นึกๆดูแล้ว ผมเองมันก็แค่เด็กที่ไม่รู้จักโต ผมเพิ่งนึกได้ถึงการเป็นผู้ใหญ่ด้วยตัวเองสักที แต่ก่อน ผมก็ไม่ค่อยรู้ว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องดื่มโซจูในถ้วยธรรมดา(ไม่ใช่แก้วช้อต) ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า การดื่มโซจูในแก้วก็เมื่อผมกำลังกินอาหาร นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมตระหนักได้ถึงการมีอายุรุ่นคุณลุง

ซูยอง: พี่ค่ะ รู้รึเปล่า รูปแบบการใช้ชีวิตของคนดัง ครั้งหนึ่งพวกเขาก้าวสู่เวที ได้นำพวกเขาเข้ามาสู่การใช่ชีวิตแบบผู้ใหญ่ ฉันจะบอกว่าไงดี? บางที พวกเราก็แค่เด็กอายุ 22 ที่ยังไม่โตเลย แต่โลกมันก็เป็นแบบนี้ละค่ะ
คิมเจดง: ก็ใช่นะ เธอเพียงแค่จดจำถึงความทรงจำครั้งแรกเอาไว้ ถ้าเธอทำแบบนั้นได้ เธอก็จะสามารถกำจัดความรู้สึกว่างเปล่าออกไปได้เวลาก้าวขึ้นสู่เวที เธอต้องเป็นตัวของตัวเองเอาไว้อย่างมีจุดยืนที่ชัดเจนโดยปราศจากแรงกดดันของคนอื่น ซูยองที่เป็นคนดังอาจจะเลือนหายไปเหมือนสายรุ้งในสักวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยจางหายก็คือ ซูยองที่เป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
ซูยอง: ฉันก็คิดค่ะ ว่าที่พวกเรากลายเป็นที่นิยมได้ก็เพราะเราทำงานร่วมกับหลากหลายความคิดจากผู้คนมากมาย เลือดเนื้อและหยาดเหงื่อที่หลั่งไหลออกมาจากความยากลำบากและความทุ่มเทจริงจัง จากใครต่อใครอีกหลายคน ทำขึ้นก็เพียงเพื่อหนึ่งเพลงที่เพอร์เฟ็คที่ให้เราไว้ได้แสดงค่ะ

เฉกเช่นเดียวกันกับที่ซูยองกล่าว ผู้คนมากมายที่อยู่ในเบื้องหลังต้องเสียเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อมากมายเพื่อโซนยอชิแด แต่ผมก็รู้อีกหลายสิ่งที่เหล่าไอดอลละทิ้งและสิ่งที่พวกเขาทำอย่างหนัก ผมรู้ว่าความพยายามเป็นหนทางไปสู่การโด่งดัง แต่การความรักษาความพยายามนี้เอาไว้ก็เป็นหนทางเช่นเดียวกัน เด็กวัยรุ่นทั่วไปในประเทศอาจจะดูเหมือนๆกัน แต่เหล่าไอดอลยังต้องประสบปัญหาและความกังวลต่างๆต่อหน้าสาธารณะชนอีกด้วย

คิมเจดง: พี่อยากรู้อยู่ตลอดนะ ว่าเธอไม่อิจฉาเด็กรุ่นๆเดียวกันที่ไปนัดบอดหรือทำสิ่งอื่นๆกันบ้างหรอ?
ซูยอง: ถึงฉันจะทำแบบนั้นไม่ได้ แต่ว่าฉันก็ไม่อิจฉาหรอกนะค่ะ ฉันก็สามารถไปดูหนัง ไปสวนสนุก ไปทำเล็บทำผมเหมือนคนอื่นๆได้เหมือนกันค่ะ
คิมเจดง: พี่ก็อิจฉาเวลาคนอื่นไปนัดบอดกันนะ เพราะว่าพี่ทำแบบนั้นไม่ได้ การไปนัดบอดหมายถึงการพบกันของคนสองคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ว่าเราคือคนดัง คนอื่นคงรู้จักพี่หมดแล้ว เมื่อไหร่ที่หน้าตาและชื่อของเธอเป็นที่รู้จักขึ้นมาละก็ เธอจะสูญเสียความสนุกในประสบการณ์นัดบอดหรือไปเดทกับใครบางคนเลยละ

จุดนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่าสาววัย 22 ปี เต็มไปด้วยความคิดอย่างเหลือเชื่อ มันเหมือนว่าผมได้แอบเฝ้าดูไปในชีวิตส่วนของเธอ โดยที่ไม่ใช่ชีวิตการเป็นสมาชิกโซนยอชิแดที่ทุกคนๆหลงไหล แม้กระทั่งพิธีกรคู่ของผมเอง โอซังจิน ในรายการ MBC 'Fantastic Duo' ก็ยังดูเด็กไปเลยเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้อยู่ข้างซูยอง

ซูยอง: พี่ค่ะ ยังมีบางสิ่งที่พี่ยังไม่รู้ค่ะ สาวๆมักจะความต้องการให้ลุคของตัวเองดูดีที่สุดในทุกๆวัน แต่บางทีฉันก็สามารถเป็นเช่นเด็กไม่รู้ประสีประสาเหมือนกันค่ะ ฉันอาจอารมณ์เสียหรือแม้กระทั่งคุยโอ้อวดแม้สิ่งนั่นจะเล็กน้อยก็ตามด้วยค่ะ... หลายครั้งสมาชิกต่างก็ทำให้แต่ละคนเป็นประสาทได้เหมือนกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าฉันอยากไปเพ้นท์เล็บลายเสือ แล้วถ้าวันนึงมีสมาชิกไปเพ้นท์ลายเสือมาด้วย ฉันจะอารมณ์เสียโดยไร้เหตุผลมากค่ะ ถ้าฉันได้ไปทำเล็บที่ร้านด้วยลายสวยๆแล้วละก็ ฉันก็อยากให้คนชมเหมือนกัน ฉันก็เลยต้องโชว์ให้ดู ซึ่งทุกคนก็คิดแบบนั้นบ้างบางครั้งค่ะ
คิมเจดง: ฮืมม พี่รู้ละ เธอพูดว่าหลายครั้งที่สมาชิกทะเลาะกันด้วย พี่คิดว่าวันนี้พี่เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้หญิงมากเลยนะ เธอมีอะไรอยากรู้เกี่ยวกับความคิดของผู้ชายบ้างมั้ยละ?
ซูยอง: แอลกอฮอร์ค่ะพี่ ฉันรู้ว่าพี่ชอบดื่มมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมพวกผู้ชายชอบดื่มแอลกอฮอร์ที่มันขมๆด้วยละ แล้วฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ชายเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์อยู่ได้ทั้งคืน

ถูกต้อง ซูยองยังไม่ได้อยู่ในช่วงอายุที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านั้น ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงชอบดื่มโซจูในแก้ว ในเรื่อง 'Le Petit Prince' ขี้เมาคนนึงได้ตั้งคำถามขึ้นมาว่า "นายดื่มเหล้าทำไม" ซึ่งเขาก็ได้ตอบว่า "นั่นก็เพราะฉันสามารถลืมสิ่งที่น่าละอายใจได้ด้วยการดื่ม"

ฮ่าฮ่า รู้มั้ยซูยอง มีแฟนๆรุ่นคุณลุงอีกมากมาย ที่พวกเขาหวังว่าจะได้สนทนาพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของพวกเขา มากกว่าการไปดื่มอีกนะ ซึ่งมันก็แค่ความฝันหลังจากพวกเขาดื่ม นั่นทำให้พวกเขาต้องการดื่มเพื่อที่จะคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นจนข้ามคืน



---------
แหล่งข่าว: Kyunghyan Shinmun
แปลอังกฤษ: taengbear@soshified.com
แปลไทย: Translator Gang ll SOSHIFANCLUB ll http://www.soshifanclub.com
กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมด
---------