Between Red and Pink – Yuri


Q: ผิวของคุณสวยมาก ๆ ค่ะ ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่า?
ยูริ: จริงหรือคะ? ถ้างั้นฉันคงประสบความสำเร็จแล้วล่ะค่ะ ปกติแล้วฉันจะชอบดูแลผิวขั้นพื้นฐานที่สุดค่ะ แล้วก็ยังคิดว่าเป็นวิธีที่สำคัญมาก ฉันจะไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไรถ้าไม่มีงาน ซึ่งฉันเรียกมันว่า 'ความงามจากข้างใน (Inner Beauty)' ค่ะ เพราะฉะนั้น ฉันมักจะเน้นตรงจุดนี้เพื่อให้ผิวและโทนของฉันออกมาดูดีค่ะ

Q: ช่วงนี้คุณยังบด ma แล้วก็ดื่มอยู่หรือเปล่?
ยูริ: ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ดื่มเท่าไรค่ะ แต่คุณแม่ของฉันกลับจัดอาหารเยอะแยะมากมายในทุก ๆ เช้า แต่มื้ออาหารสำหรับฉันส่วนใหญ่จะเป็นผักและผลไม้สดหลาย ๆ ชนิดค่ะ ฉันยังชอบดื่มน้ำผักรวมด้วยค่ะ

Q: ในบรรดาภาพลักษณ์ของคุณที่แตกต่างกันออกไป จะมีอยู่ภาพลักษณ์หนึ่งที่ให้ความรู้สึกที่ยืดหยุ่น/เปลี่ยนแปลงได้ แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายด้านข้างของคุณกลับดูงดงามได้อย่างน่าอัศจรรย์
ยูริ: ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่า ภาพลักษณ์ของฉันจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ แต่ฉันก็หวังที่จะเป็นคนที่จะมีสีสันได้หลากหลาย มากกว่าคนที่มีภาพลักษณ์ที่ถูกจำกัดค่ะ

Q: คอนเซ็ปต์ในวันนี้คือสีขาว ไม่ทราบว่า ปกติแล้วคุณชอบสีอะไร?
ยูริ: ฉันชอบสีดำ สีแดงแล้วก็สีชมพูค่ะ ปกติแล้วฉันมักจะสวมเสื้อสีดำหรือไม่ก็ขาว แล้วก็พกเครื่องประดับสีชมพูในกระเป๋าหรือไม่ก็เลือกของเล็ก ๆ น้อยที่เป็นสีชมพูใส่กระเป๋า ฉันชอบสีแดงเพราะรู้สึกว่ามันคล้ายกับตัวฉัน คุณรู้ไหมคะว่า หญิงสาวแต่ละคนจะแต่งเติมสีสันของตัวเองด้วยสีต่าง ๆ มากมาย และฉันก็อยากจะมีภาพลักษณ์แห่งสีแดงในสายตาของผู้คนค่ะ

Q: เวลาพูดถึงสีแดง ก็จะนึกถึงความปรารถนาและพลัง และตอนนี้ฉันก็กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เช่นกัน เห็นว่าคุณก็ชอบออกกำลังกายด้วย
ยูริ: ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกายบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อนเท่าไรแล้วล่ะค่ะ คงเป็นเพราะว่าตารางงานที่เยอะขึ้น แต่ถ้ามีเวลาก็จะไปออกกำลังกายง่าย ๆ ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น เวลาอยู่เกาหลี ฉันจะไม่ค่อยมีเวลาออกไปว่ายน้ำใช่ไหมคะ พอเวลาไปญี่ปุ่น ฉันก็จะหาโอกาสไปว่ายน้ำอยู่บ่อย ๆ ฉันยังเคยบินไปญี่ปุ่นเพื่อไปว่ายน้ำเลยค่ะ

Q: ว่ายน้ำ? แบบนี้คนไม่เห็นคุณกันหรือ?
ยูริ: ก็เห็นค่ะ แต่จะสะดวกกว่าตอนที่อยู่ที่เกาหลีค่ะ ปีที่แล้วฉันก็ได้รับใบรับรองการดำนำลึก (Scuba Diving Certification) มาด้วย สนุกมาก ๆ ค่ะ คราวหน้าก็อยากจะลองเล่นเซิร์ฟด้วย

Q: ทั้งว่ายน้ำ การดำน้ำลึก ไหนจะเล่นเซิร์ฟอีก แสดงว่าคุณคงจะชอบสิ่งที่ต้องทำในน้?
ยูริ: ใช่ค่ะ ฉันชอบเพราะเวลาฉันอยู่ในน้ำ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอิสระ ฉันเป็นคนชอบการเคลื่อนไหวอยู่แล้วค่ะ จริง ๆ แล้วฉันออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงมากกว่าให้รูปร่างดี การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขคือสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ สนุกสนานกับการทานอาหารที่อร่อย ๆ แล้วก็ออกกำลังกาย แต่เมื่อตารางงานที่สำคัญหรืองานที่ฉันต้องไปยืนอยู่บนเวทีแน่นมากขึ้น ฉันจึงต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งเหล่านี้มากขึ้นน่ะค่ะ

Q: ได้ฟังจากที่คุณบอกว่าอยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้ดูเหมือนว่าคุณดูแตกต่างจากคนอื่นมาก ราวกับว่าคุณไม่ต้องการสิ่งที่จำเป็นในยุคนี้อย่าง การเยียวยา/การพักผ่อน เลย
ยูริ: จริง ๆ แล้วฉันต้องการมากเลยค่ะ ฉันมาถึงเกาหลีจากฮ่องกงในวันนี้ตอน 7 โมง ได้นอนแล้วก็ตื่นตอน 10 โมง แล้วก็มาถึงที่นี่ตอน 11 โมง

Q: ถ้างั้น ก็แสดงว่าคุณไม่มีเวลาที่จะคลายเครียดเลย
ยูริ: การคลายความเครียดเป็นสิ่งที่สำคัญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ฉันจึงต้องหาเวลาคลายเครียดค่ะ แต่ฉันจะเหนื่อยมาก ๆ ในช่วงทำกิจกรรม ฉันก็เลยต้องหาวิธีใหม่ที่จะคลายความเครียด พยายามที่จะเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ ในสิ่งที่เห็นค่ะ เช่น เวลาที่ฉันไปแสดงในต่างประเทศกับเพื่อน ๆ ในวง ฉันก็จะคิดว่าฉันไปเที่ยวค่ะ พยายามมองว่า 'ถ้าตอนนี้ไม่เป็นแบบนี้ แล้วเมื่อไรกันนะ ที่ฉันจะได้มีประสบการณ์เยอะแยะมากมายเหมือนในตอนนี้' ในสิ่งที่ฉันได้รับมา หากฉันตั้งใจกับงานที่ทำ ฉันก็จะพบกับความสุขได้ค่ะ โรงเรียนก็เหมือนกันค่ะ ฉันก็ไปกลับบ่อย ๆ เรียนหนังสือกับเพื่อน ๆ แล้วก็ต้องทำงานด้วย

Q: คุณทำงานด้วยจริงหรือ?
ยูริ: ใช่ค่ะ มันยากมากที่จะตามเพื่อนคนอื่น ๆ ให้ทัน ฉันคิดว่าตัวฉันยังขาดแล้วก็บกพร่องในอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ยังมีหลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองด้อยมาก ๆ กังวลว่า 'ฉันจะนำเสนองานที่ตัวเองทำยังไงดีนะ?'

Q: บรรดาอาจารย์ของคุณที่รู้ว่าโซนยอชิแดกำลังยุ่งอยู่ได้ให้เวลาให้คุณได้พักบ้างหรือเปล่า?
ยูริ: ต้องขอขอบคุณอาจารย์ทุก ๆ ท่านที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดีค่ะ แต่ฉันคิดว่า การที่บอกกับเหล่าอาจารย์ว่าฉันเป็น (หนึ่งในสมาชิก) โซนยอชิแด มันเหมือนกับว่าฉันกำลังหวังในบางสิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องน่าอายค่ะฉันจึงคิดว่าตัวเองต้องตั้งใจ หมั่นพยายามให้มากขึ้นค่ะ





Q: เดือนนี้ดูจะเป็นเดือนที่วุ่นวายมาก เพราะมีคอนเสิร์ต Japan Arena Tour ด้วย
ยูริ: แต่ในทางกลับกัน ฉันกลับคิดว่าฉันได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ มากมายจากการเดินทางไปแสดงในหลาย ๆ ประเทศ เพราะปกติฉันก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปต่างประเทศอยู่แล้วค่ะ พอได้ลองเรียนรู้วัฒนธรรมที่ต่าง ๆ แล้ว ถึงฉันจะไม่สามารถสื่อสารกับพวกเขาได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ฉันก็ได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ได้ทานอาหารอร่อย ๆ เยอะแยะมากมาย ได้ไปเที่ยวชมสถานที่สวย ๆ ต่างมากมายด้วยสองตาของตนเอง การที่ได้ยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย ได้ร้องเพลงให้พวกเขาได้ฟังก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุดแล้วล่ะค่ะ

Q: ตอนแรกที่เดบิวท์ คุณเคยคิดไหมว่าตัวเองจะได้มากลายเป็น โซนยอชิแด-ยูริ ที่ตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตในต่างประเทศมามากมายเช่นนี้?
ยูริ: มันเป็นสิ่งที่ฉันฝันมาโดยตลอดค่ะ ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนมาก ๆ แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกันว่าตัวเองจะได้มาทำกิจกรรมในต่างประเทศบ่อย ๆ ขนาดนี้จนลืมตาขึ้นมายังไม่รู้เลยว่าที่นี่คือเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกงหรือปารีสกันแน่เลยค่ะ

Q: ตอนนี้คุณได้เป็นนักร้องแล้ว แถมยังมีผลงานในด้านการแสดงอีกด้วย
ยูริ: จริง ๆ แล้ว ตอนเด็กฉันฝันว่าอยากเป็นนักแสดงค่ะ เพราะฉะนั้น ฉันจึงเตรียมตัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนตอนนี้ฉันก็ยังมีความฝันว่าอยากจะเป็นนักแสดงที่เก่งและเจ๋งให้ได้ เรียนรู้มันไปทีละเล็ก ทีละน้อย แล้วก็พยายามรู้สึกถึงมันให้ได้ ตอนนี้ฉันก็ยังรอคอยแล้วก็ตื่นเต้นสำหรับโอกาสที่จะได้มีผลงานการแสดงอีกค่ะ

Q: มีนักแสดงคนไหนบ้าง ที่อยากลองร่วมงานด้วย?
ยูริ: เยอะมากค่ะ ฉันอยากลองร่วมงานกับพี่รุ่นพี่ ชิน ฮา-กยุน ดูสักครั้งค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยดูภาพยนตร์ของคุณผู้กำกับ ปาร์ค ชาน-อุก ด้วย แล้วรุ่นพี่ชินก็แสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ฉันรู้สึกประหลาดใจมากค่ะ แถมรุ่นพี่ก็เท่มาก ๆ ด้วย แล้วก็ยังมีรุ่นพี่ ฮา จอง-วู ด้วยค่ะ เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยที่เดียวกันกับพวกเราเองค่ะ (เอกการละครและภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยชุง-อัง) ถ้าพี่มามหา'ลัยเมื่อไร ก็อย่าลืมมาช่วงเลคเชอร์ของอาจารย์ท่านต่าง ๆ ให้บ่อย ๆ ประหนึ่งบุคคลแต่ละท่านที่อยู่ในแบบเรียนด้วยนะคะ (หัวเราะ) แต่ถึงจะบอกว่าฉันอยากจะลองร่วมงานกับนักแสดงรุ่นพี่ท่านนั้นท่านนี้ แต่ฝีมือการแสดงของฉันยังไม่เข้าขั้นสักเท่าไร ฉันจึงอยากจะเรียนรู้ประสบการณ์จากนักแสดงรุ่นพี่ทุก ๆ ท่านเลยค่ะ

Q: ในบรรดาละคร/ภาพยนตร์ที่คุณดูในช่วงนี้ มีบทไหนบ้างที่คุณอยากจะลองเล่นดูสักครั้ง
ยูริ: เป็นหนังฝรั่งเศสชื่อว่า La Vie en rose ค่ะ นักแสดงชื่อว่า Marion Cotillard รับบทเป็นนักร้องค่ะ ตัวละครตัวนี้จะเป็นคนที่สามารถร้องเพลงได้เพราะมาก แถมยังมีฝีมือการแสดงที่ดีเยี่ยมอีกด้วย พอดูแล้ว ฉันก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า ถ้าฉันได้เป็นนักแสดงที่มีความสามารถเช่นนั้นบ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว ในภาพยนตร์ของเกาหลีเองก็มีเรื่อง The Thieves (ชื่อไทย: 10 ดาวโจร ปล้นโคตรเพชร) ที่มีพี่จอน จี-ฮยอน (จวน จี-ฮุน) นำแสดงด้วยค่ะ พอฉันได้ลองดูตัวละครแล้ว ก็รู้สึกว่าเป็นตัวละครที่สวย แล้วก็มีเสน่ห์มาก ๆ ฉันอยากจะลองรับบทเป็นตัวละครตัวนั้นดูบ้างค่ะ

Q: จะมีผลงานการแสดงอีกเมื่อไร?
ยูริ: ยังไม่มีกำหนดอะไรเลยค่ะ ตอนนี้ฉันก็คอยอ่านบท ลองไปออดิชั่น แล้วก็ร่วมประชุมด้วยอยู่ตลอดค่ะ ฉันวางแผนที่จะทำงานอยู่ตลอดเวลาถ้ามีโอกาสค่ะ

Q: พอได้ฟังเรื่องราวของคุณแล้ว ดูคุณจะกระหายในการแสดงมาก ๆ เลย
ยูริ: จริง ๆ แล้วฉันว่าเป็น 'ความสงสัย' กับ 'ความสนใจ' ที่มีมาก มากกว่า 'ความกระหาย' นะคะ เพราะฉันชอบสงสัยว่า แต่ละคนใช้ชีวิตกันอย่างไร ทำให้ฉันมีความสนใจและอยากจะมีประสบการณ์การลองใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบอย่างเป็นธรรมชาติได้ผ่านทางการแสดงค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะว่าฉันมีความทะเยอทะยานสูงในเรื่องนี้นะคะ ฮ่าฮ่า!

Q: หลังจากที่ให้สัมภาษณ์กับ The Star เสร็จแล้ว คุณคงมีตารางงานอื่นอีกใช่ไหม?
ยูริ: ฉันมีตารางงานที่ต้องสนุกกับการใช้ชีวิตตามแบบวัฒนธรรมของฉันค่ะ (หัวเราะ) การนอนหลับดูจะไม่ช่วยให้ฉันคลายความเครียดลงได้ ฉันชอบความวุ่นวายแบบนี้มากกว่าค่ะ






Sense & Sensibility - Sooyoung


Q: บรรดาสมาชิกในวง ใครคือสไตล์ไอค่อนของคุณ? พูดถึงความภูมิใจของตัวเองหน่อยไหม? (หัวเราะ)
ซูยอง: ฉันได้รับผลมาจากคนรอบข้างหนะค่ะ คุณพ่อของฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่น คุณแม่ก็ชอบแต่งตัวให้ฉันมาตั้งแต่เด็กๆ เท่าที่ฉันเห็นนะคะ เจสสิก้ากับทิฟฟานี่ดูเหมือนจะมีเซ้นส์เรื่องการจับคู่สีให้เข้ากันค่ะ พวกเธอเลือกของง่ายๆได้อย่างสมเหตุสมผล ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการมองพวกเธอค่ะ

Q: การที่คุณสามารถมองเห็นจุดเด่นการแต่งตัวคนอื่นได้แบบนี้ นับว่าเป็นแฟชั่นเซ้นส์?
ซูยอง: ฉันไม่รู้ว่าฉันสนใจมันมากหรือฉันแต่งตัวดี ขนาดคุณแม่ยังพูดกับฉันเลยว่า "เป็นเรื่องตลกจริงๆนะที่มีคนเรียกลูกว่าแฟชั่นนิสต้า" ทุกๆวัน ฉันจะต้องยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าของฉันเป็นชั่วโมงเลยค่ะ แล้วก็มากังวลว่าจะใส่อะไรก่อนออกไปดี ฉันไม่ชอบอะไรที่มันเยอะเกินไปค่ะ

Q: พักหลังมานี้ คุณสวยขึ้นมากเลย นอกจากความสวยแล้วคุณยังมีออร่า 'ความสูงที่ดีเลิศ' ด้วย
ซูยอง: จากใจเลยนะคะ ฉันหวังอยากให้ตัวเองดูมีน้ำมีนวลกว่านี้หน่อย ถึงแม้จวนจีฮุนออนนี่จะสูง แต่เธอก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความเซ็กซี, ดูดี แถมรูปร่างยังดูสวยมีเสน่ห์ด้วยค่ะ เพื่อนๆในวงของฉันก็รู้ว่าฉันเครียดเพราะหุ่นอันผอมเพรียวของฉัน แต่พอฉันเอาเรื่องนี้ไปพูดที่อื่น พวกเขาก็บอกว่ามันเป็นอะไรที่น่าตลกหนะค่ะ

Q: จริงนะ คนผอมๆก็มีเรื่องให้กังวลใจเหมือนกัน แล้วแบบนี้คุณมีแรงจูงใจอะไรในการทำให้รูปร่างร่างกายของคุณสมบูรณ์?
ซูยอง: ฉันทานเยอะและออกกำลังกายด้วยค่ะ จริงๆนะคะ สมาชิกของฉันทุกคน รวมถึงตัวฉันเอง กินข้าวกันเยอะมากค่ะ (ขณะที่ซูยองกำลังพูดอยู่ เธอมองไปที่ของโต๊ะเครื่องแป้ง) อันนี้สวยจังเลย ฉันชอบสีพีชแบบนี้นะ ฉันไม่ใช่พวกที่ชอบแต่งหน้า แต่ฉันมักจะพกพวกลิปสติกหรืออะไรที่ไว้ทาปากไว้ในกระเป๋าตลอดค่ะ เพราะฉันคิดว่าการที่เอาอะไรทาบนปากสักหน่อยจะดูดีค่ะ

Q: ปกติแล้วคุณชอบสีแนวพาสเทลแบบนี้?
ซูยอง: ไม่หรอกค่ะ ถ้าพูดถึงเรื่องเสื้อผ้า ฉันชอบแนวโมโนโทนมากกว่า ที่ชอบไม่ใช่เพราะว่ามันดูดีหรืออะไรแบบนี้หรอกนะคะ แต่เพราะมันเอาไปแม็ชท์กับของอื่นๆได้ง่ายดี ฉันพยายามจะสร้างสไตล์เป็นของตัวเองค่ะ (สไตล์ลิสต์ที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้นมาว่า ซูยองดูเหมือนสาวฝรั่งเศส) แล้วฉันก็ดูเหมือนสาวฝรั่งเศสหละ ยังไงช่วยเขียนไปในบทสัมภาษณ์ด้วยนะคะว่าสไตล์ลิสต์เป็นคนพูด ไม่งั้นฉันคงอายแน่ๆเลยถ้าพูดมันออกมาด้วยตัวเอง ฮ่าฮ่า

Q: ตอนนี้คุณกำลังทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นอยู่ใช่ไหม? ประเทศญี่ปุ่นอาจจะสำคัญกว่าคุณมากหน่อย เพราะคุณเคยเดบิวในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปดูโอ้ 'Route O' ที่ญี่ปุ่นมาก่อน
ซูยอง: ใช่แล้วค่ะ ญี่ปุ่นค่อนข้างสำคัญกับฉัน มีแฟนๆที่จำฉันได้จากการเดบิวเมื่อนานมาแล้ว และมีแฟนๆนำอัลบั้มเก่าของฉันมาขอลายเซ็นด้วยหละ มันเลยพิเศษมากๆเลยค่ะ

Q: ตอนที่คุณไปญี่ปุ่น คุณได้ไปที่ต่างๆเพื่อสร้างความทรงจำกันบ้างหรือเปล่า?
ซูยอง: เมื่อก่อน ฉันกลัวที่จะออกไปคนเดียวค่ะ ต้องรบกวนผู้จัดการ เลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนมากนัก แต่ตอนนี้ออกไปบ่อยขึ้นแล้วค่ะ (หัวเราะ) เมื่อไม่นานมานี้ พวกเราไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนที่นิกาตะด้วยตัวของพวกเราเองค่ะ ฉันคิดว่าพวกเราได้สร้างความทรงจำดีๆมากมายตอนทัวร์คอนค่ะ

Q: การไปโปรโมทที่ต่างประเทศก็มีความหมายแบบนั้นเหมือนกันนะ
ซูยอง: การโปรโมทที่ญี่ปุ่นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของฉันเลยหละค่ะ พวกเราเดบิวที่ญี่ปุ่นมา 2-3 ปีก่อน ตอนนั้นเป็นช่วงที่ฉันอยู่ท่ามกลางความรู้สึกที่สงสัยกับอาชีพนักร้องค่ะ ฉันเริ่มที่จะเหนื่อยกับการที่ต้องทำงานเป็นกลุ่ม และการที่ต้องไปไหนมาไหนแบบไม่รู้จบ แต่มันก็เปลี่ยนไปมากหลังจากที่พวกเรามาที่ญี่ปุ่นค่ะ

Q: เปลี่ยนไปอย่างไร?
ซูยอง: พอลงจากเครื่องแล้ว มีแฟนๆมารอรับ มีรถที่มาจอดรอรับอยู่ค่ะ สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่ใหม่กับฉัน เมื่อตอนอายุ 13 ฉันนั่งเครื่องไปคนเดียว พอถึงญี่ปุ่นก็มีเพียงผู้จัดการที่มารอและพาฉันนั่งแท็กซี่ไป แต่กับการที่ได้มาเป็นสมาชิกวงโซนยอชิแดสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดกับฉันก็เกิดขึ้นเพราะสมาชิกทั้ง 9 คนค่ะ ฉันจึงรู้ว่าฉันไม่ควรคิดเลยว่า 'ฉันต้องทำอาชีพนี้ต่อไปหรือเปล่านะ หรือจะโดนน็อคหยุดอยู่แค่ตอนที่อายุเพียงเท่านี้?' หลังจากที่ฉันได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ฉันต้องขอบคุณที่มีวงโซนยอชิแด และฉันก็ต้องขอบคุณอีกครั้ง และอีกครั้งกับการที่เปลี่ยนชีวิตฉันค่ะ

Q: เป็นเรื่องดีมากๆเลยนะที่คุณได้มาญี่ปุ่น
ซูยอง: พวกเราโชคดีมากๆเลยค่ะ มากกว่าการที่พวกเราโชคดีเพราะประสบความสําเร็จในสิ่งที่พวกเราได้ลองทำ พวกเรานั้นโชคดีกับโอกาสที่มีให้ค่ะ จริงๆแล้วพวกเราก็เป็นคนเหมือนกัน พวกเราจะมาทำอะไรซ้ำซากเหมือนๆเดิมไม่ได้ พวกเราต้องลองทำ นั่นก็เป็นการแสดงมารยาทที่ดีต่อคนที่เราทำงานด้วยค่ะ แต่พวกเราก็โชคดีจริงๆค่ะที่ได้รับโอกาสต่างๆ

Q: คุณไม่คิดหรอว่า หนึ่งในโอกาสดีๆที่คุณได้รับคือการแสดงทีคุณได้ลอง? ได้ยินมาว่าคุณเตรียมตัวอย่างมากเลยสำหรับละครเรื่อง ‘The 3rd Hospital’
ซูยอง: การเตรียมพร้อมที่ฉันคือบทเรียนการแสดงเมื่อครั้งที่ฉันได้รับตั้งแต่เด็กค่ะ รวมไปถึงวิชาเอกการแสดงที่ได้เรียนที่โรงเรียน จริงๆแล้วแทนที่จะเรียนกการแสดงในโรงเรียน มันจะดีกว่ามากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เองค่ะ

Q: ดูเหมือนว่าคุณจะเติมเต็มชีวิตธรรมดาๆของคุณโดยการไปใช้ชีวิตที่ที่มหาวิทยาลัยสินะ
ซูยอง: ใช่ค่ะ จริงๆแล้วฉันไม่ค่อยได้คิดเรื่องที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเลย แต่เพราะคุณแม่ของฉันว่าการไปมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่การไปเรียน แต่เป็นการเรียรรู้ที่แตกต่างออกไปอีกแบบหนึ่ง ได้ไปใช้ชีวิตสังคมเล็กๆในมหาวิทยาลัย คุณแม่ท่านคิดว่ามันคงเป็นเรื่องดีถ้าฉันได้เจอหรือลองเรื่องแบบนี้ค่ะ ตอนนี้ฉันรู้สึกขอบคุณคุณแม่ของฉันมากๆเลย

Q: การเรียนของคุณในเทอมนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
ซูยอง: ฉันยื่นใบลาเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ เพราะต้องมาที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ เลยไม่ได้เข้าเรียนอะไรเลย ฉันเลยคิดว่าฉันไม่ค่อยได้เรียนเก็บเครดิทเท่าไหร่ ฉันอยากเรียนและนำบทเรียนไปใช้บ้างนะ ฉันรู้สึกเสียดายวิชาที่ฉันไม่ได้เข้าเรียนจริงๆ

Q: มันอาจจะเป็นโอกาสอีกอย่างก็ได้นะ? เธออาจจะได้เรียนอะไรอย่างอื่นแทน
ซูยอง: ฉันพยายามจะมองหาอะไรทำในตอนที่พักอยู้เหมือนกันค่ะ

Q: แต่ฉันทราบมาว่าคุณไม่มีเวลาพักเลย
ซูยอง: จริงๆแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าพักผ่อนจริงๆเป็นยังไง ไม่ว่ามันจะหมายถึงการที่เราได้หยุด 10 วันและไปเที่ยวในที่ต่างๆ หรือ นอนอยู่บ้านทั้งวันไม่ได้ไปไหนทั้งวัน ถ้าคุณบอกว่าทั้งคู่ ฉันคิดว่าฉันก็ทำมันทั้งคู่อยู่ในตอนนี้แหละค่ะ ฮ่าฮ่า ว่าแต่มันมีงานที่เราสามารถไปไหนก็ได้เมื่อเราต้องการด้วยหรอคะ? ฉันว่ามันคงเป็นงานที่ฉันอยากทำนะ ไม่ใช่แค่ฉันสิ แต่ทุกๆคนเลย... โอ้ว แต่ฉันว่ามันมีนี่นะ ไม่เครียดจากงาน แต่ไปเครียดจากสายตาคนอื่นแทน มันจะมีความเครียดที่ถูกกักขังมานานและจะหายไปในไม่กี่วัน เท่านี้แหละค่ะ อาชีพที่ฉันเลือกหนะ

Q: ฟังจากการพูดการจาของคุณแล้ว คุณดูไม่เหมือนคนอายุ 20 กลางๆเลย หรืออาจจะเป็นเพราะคุณเดบิวมานานแล้ว?
ซูยอง: ฉันเดบิวมา 10 ปีแล้วค่ะ เห็นอะไรแบบนี้มา 11 ปีแล้ว ฉันสงสัยจังว่ารุ่นพี่โบอารู้สึกยังไง? เหลือเชื่อจริงๆ

Q: ตอนนี้ 10 ปีแล้ว มีอะไรด้านไหนหรืออะไรใหม่ไหมที่คุณจะไปลองทำดู เผื่อพวกเราจะได้ตั้งตารอกัน? คุณได้ทำการแสดงไปแล้วเป็นพิธีกรแล้วด้วย
ซูยอง: การเป็นพิธีกร... ฉันอายทุกครั้งเลยค่ะ ถ้าพูดถึงรายการ 'Midnight TV Entertainment' (รายการที่ซูยองเคยเป็นพิธีกร) ฉันไม่กล้าพูดหรอกว่าฉันทำหน้าที่พิธีกรได้ดี และสิ่งที่ฉันสนใจที่สุดคือการแสดงค่ะ ฉันจะทำงานแสดงต่อค่ะ มันเป็นการที่มีการบ้านให้เรากลับมาฝึกทำได้ตลอด ฉันสนุกไปกับการถ่ายละครมากๆเลยค่ะ

Q: มีบทไหนที่คุณอยากแสดงบ้างไหม?
ซูยอง: มีภาพยนตร์ที่สะกิดใจฉันอยู่ค่ะ Silver Linings Playbook’ นักแสดงนำหญิงอย่าง Jennifer Lawrence ที่อายุเท่ากันกับฉัน ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่นในงานประกาศรางวัลในปีนี้ด้วยค่ะ แน่นอนว่าาสถานการณ์มันต่างกันเพราะฉันเป็นนักร้องวง Girls' Generation แต่ถ้ามองในฐานะอาชีพนักแสดงแล้ว ฉันอิจฉาหนะค่ะ แล้วก็สงสัยด้วยว่าเธอเล่นบทนั้นในอายุเท่านี้ได้ยังไง ฉันหวังว่าจะมีวันที่ฉันได้ทำการแสดงแบบนั้นด้วยเหมือนกันค่ะ





Source: Jekwon, Sosiz
English translated by: [email protected]
Edited by: [email protected]
แปลไทย: jwesty21 + mashiks ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com