[News] โซนยอชิแดรายเดือน! ฮโยยอน (Hyoyeon) และ ยุนอา (Yoona) เตรียมปล่อยซิงเกิ้ล


'โซนยอชิแดรายเดือน' ทั้งร้องเพลงและการแสดง

'โซชิ' จะส่งไม้วิ่งผลัดกันจนกว่าจะปล่อยอัลบั้มครบรอบ 10 ปีของวงในช่วงหน้าร้อนนี้

ขณะที่แทยอนกำลังโปรโมทอัลบั้มเต็มชุดแรกของตัวเองอยู่นั้น ฮโยยอนและยุนอาก็เตรียมตัวจะปล่อนเพลงซิงเกิ้ลต่อกัน ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม

ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม ซอฮยอนได้ปล่อยอัลบั้มโซโล่, ยุนอาและยูริก็ได้มาทักทายแฟนๆผ่านงานแสดงของพวกเธอ ตามด้วยแทยอน และตอนนี้ฮโยยอนและยุนอาก็กำลังเตรียมซิงเกิ้ลอยู่ โซนยอชิแดจะมีโปรเจกต์ใหม่ๆในทุกเดือนตลอดครึ่งปีแรกในปีนี้ เลยเป็นที่มาของคำว่า 'โซนยอชิแดรายเดือน'

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ซอฮยอนได้ปล่อยอลบั้มโซโล่ 'Don't Say No' ของเธอ ต่อมา 28 มีนาคม แทยอนได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกของเธอ อย่างอัลบั้ม 'My Voice' ในเวลาเดียวกันยุนอาก็ได้มาทักทายแฟนๆผ่านภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ 'Confidential Assignment' ที่เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 18 มกราคม ยังไม่พอ ยังมียูริกับซีรีย์ 'Defendant' ทางช่อง SBS ในคืนวันจันทร์และอังคารด้วย

กระแสตอบรับของพวกเธอดีมาก อย่างภาพยนตร์ 'Confidential Assignment' ก็มีคนดูถึง 8 ล้านคน และซีรีย์ 'Defendant' ก็ได้เรทติ้งไปถึง 28.3% แถมอัลบั้มชุดแรกของซอฮยอนยังได้ที่ 1 บนชาร์ตรายสัปดาห์และฮ็อตแทรคในวีคแรกด้วย

เพราะเป็นโซนยอชิแด ที่ปล่อยผลงานกันมาตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้ก็ถึงคิวของฮโยยอนและยุนอาแล้ว นอกจากนี้ซอฮยอนยังได้งานละครเรื่องใหม่ อย่าง 'Thief Thief' ที่จะเริ่มออกอากาศเดือนพฤษภาคม โดยมีถึง 50 ตอน มีแผนการฉายถึง 6 เดือน! แถมซูยองยังได้รับเลือกให้เป็นพิธีกรในรายการ 'Style Follower' รายการแฟชั่นทางช่อง SBS-IN โดยจะเริ่มออกอากาศ 22 เมษายนนี้

'โซนยอชิแดรายเดือน' ได้ถูกคาดการไว้ว่าจะมีเรื่อยจนถึงช่วงหน้าร้อนและปล่อยอัลบั้มครบรอบ 10 ปีของวง โดยโซนยอชิแดที่เดบิวต์ไปในเดือนสิงหาคม ปี 2007 กำลังเตรียมอัลบั้มครบรอบ 10 ปีของพวกเธออยู่ ไม่นานมานี้ซันนี่ได้ให้สัมภาษณ์บนนิตยสารเพื่อให้แฟนๆรอคอยว่า "พวกคุณจะได้เห้นอัลบั้มของโซนยอชิแดภายในปีนี้ พวกเราอยากจะทำอะไรดีๆกับแฟนๆเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของวงตั้งแต่เดบิวต์ค่ะ"

Source: Naver
Eng Trans: @c010530y
แปลไทย: Translator Gang ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[News] ซูยองจะเป็นแขกรับเชิญรายการตลก ‘SNL Korea’ ซีซั่น 9 ตอนแรก



ภาพโปรโมททางการของซูยอง วงโซนยอชิแดในรายการ "Saturday Night Live Korea" ซีซั่นที่ 9 (ช่อง tvN)


[News] ซูยองจะเป็นแขกรับเชิญรายการตลกรรายการตลก 'SNL Korea' ซีซั่น 9 ตอนแรก

ช่อง tvN ให้รายงานว่ารายการ "Saturday Night Live Korea" จะกลับมาออกอากาศต่อในซีซั่นที่ 9 โดยได้ซูยองจากวงโซนยอชิแดมาเป็นแขกรับเชิญคนแรก

ทีมงานฝ่ายอำนวยการผลิตรายการให้สัมภาษณ์ว่า "ซูยองตื่นเต้นดีใจมาก แถมด้วยความที่เป็นคนนิสัยฮา ๆ ยิ่งทำให้เหมาะกับรายการ SNL ของเราที่สุด"

ก่อนหน้านี้ซูยองได้แสดงความเป็นคนเจ้าอารมณ์ขันในรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ หลายรายการ จนแฟน ๆ พากันตั้งฉายา "ซูยอง เจ้าแม่แห่งความบันเทิง" ศิลปินสาวแห่งวงโซนยอชิแดคนนี้เป็นไอดอลนักร้องที่บรรดาโปรดิวเซอร์รายการวาไรตี้ต่างต้องการตัว และยังเคยมีผลงานเป็นพิธีกรมาแล้วหลายรายการ รวมทั้งประจำงานรางวัลต่าง ๆ ด้วย

รายการ "SNL Korea" ออกอากาศครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2011 ซึ่งเป็นรายการแนวตลกที่ประเทศเกาหลีดัดแปลงจากต้นฉบับของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลเอ็มมี (เทียบเท่ารางวัลออสการ์ของวงการภาพยนตร์) โดยรายการเวอร์ชั่นแดนกิมจินี้ได้กระแสตอบรับแรงอย่างต่อเนื่อง

โดยในรายการ "SNL Korea" ซีซั่นใหม่นี้จะมีสมาชิกประจำรายการ 15 คน ได้แก่คณะตลกหน้าเดิมอย่างชินดงย็อพ คิมจุนฮย็อน จ็องซ็องโฮ และควอนฮย็อกซู เสริมทัพด้วยสมาชิกหน้าใหม่มากมาย เช่นฮเยจ็องจากวงเกิร์ลกรุ๊ป AOA

รายการ"SNL Korea" ซีซั่นที่ 9 มีกำหนดออกอากาศตอนแรกวันที่ 25 มีนาคมนี้


Source: The Korea Herald
แปลไทย: EraOfGirls ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[News] ซอฮยอนรับบทตำรวจหญิงสายลุยในละคร ‘Thief, Thief’



[News] ซอฮยอนรับบทตำรวจหญิงสายลุยในละคร 'Thief, Thief'

ซอฮยอนจะรับบทนำในละครเรื่อง "Thief, Thief" (ชื่อชั่วคราว) ทางช่อง MBC โดยจะเล่นเป็นตำรวจหญิงที่ชื่อคังโซจู ผู้เปี่ยมด้วยความยุติธรรมเข้าสายเลือด คังโซจูเป็นตำรวจสาวที่พร้อมลุยกับพวกคนร้ายโดยไม่เป็นห่วงตัวเอง และมีหัวใจมุ่งมั่นในการปกป้องคนที่อ่อนแอ

ละคร "Thief, Thief" เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับขบวนการโจรที่มุ่งเป้าเฉพาะพวกชนชั้นสูงในเกาหลีที่ใช้อำนาจบิดเบือนประเทศและสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเองอย่างลับ ๆ

ช่อง MBC วางกำหนดออกอากาศละคร "Thief, Thief" ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ต่อจากตอนอวสานของละครเดิมเรื่อง "Father, I

[News] ซอฮยอนจะกลับมาในคอนเสิร์ต ‘Love, Still

[News] ซอฮยอนจะกลับมาในคอนเสิร์ต 'Love, Still

[Greeting] กระทู้อวยพรวันเกิด ‘คิม แทยอน’ 9 มีนาคม 2560


สุขสันต์วันเกิดนะคะแทยอน

จริงๆก็อวยพรกันมาทุกปีแล้ว ไม่รู้จะอวยพรอะไร แต่ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็อยากให้แทยอนมีสุขภาพแข็งแรง
อยากให้ออกกำลังกายเยอะๆ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานแต่ของดีๆ จะได้เป็นผลดีต่อร่างกายนะคะ

ขอให้แทยอนประสบความสำเร็จในทุกด้านที่ตัวเองตั้งใจ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ
พวกเราจะคอยให้กำลังใจอยู่เสมอค่ะ

รักเสมอนะคะ

mkb (46).gif

[Trans] บทสัมภาษณ์ทิฟฟานี่จากนิตยสาร Marie Claire ฮ่องกง ฉบับเดือนมีนาคม 2017


I Just Wanna .... Be Myself

หากพูดถึงทิฟฟานี่แล้ว หลายๆคนคงนึกถึงเธอคนที่เป็นสมาชิกวง Girls' Generation ทั้งนี้แล้วตัวตนที่แท้จริงของเธอหละ? นิสัยเป็นยังไง? เป็นคนยังไง? ครั้งนี้ Marie Claire จะพาคุณไปพบกับโลกที่เป็นตัวตนของเธอ

Marie Claire: ขอ 4 คำที่อธิบายตัวเอง
ทิฟฟานี่: ลงมือทำ, มองโลกในแง่ดี, จริงจัง, ทึ่ม/ซื่อบื้อ

Marie Claire: เคยต้องเจอกับปัญหาเพราะนิสัยตัวเองไหม?
ทิฟฟานี่: ฉันค่อนข้างเป็นคนที่อ่านออกได้ง่ายนะคะ บางคนบ่นว่าฉันเป็นคนตรงเกินไป แต่ฉันก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี

Marie Claire: เคยเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้ากับคนอื่นไหม?
ทิฟฟานี่: หลัวจากทำงานเป็นกลุ่มเป็นวงมากว่า 13 ปี ฉันเรียนรู้ที่จะผ่อนปรนและยอมค่ะ ยิ่งเราอายุมากขึ้น เราจะเรียนรู้ที่ยอมเพื่อสิ่งที่เรารักมากขึ้นค่ะ เช่นแฟชั่น จะมีแฟชั่นบางสไตล์ที่เราจะไม่มีทางยอมลองมันเลย แต่ตอนนี้คุณจะเลือกที่จะยอมและก้าวออกมาจากกรอบนั้นค่ะ

Marie Claire: คุณคิดว่าคุณเป็นสาวราศีสิงห์แบบสุดๆเลยไหม?
ทิฟฟานี่: ฉันคิดว่าตัวเองนิสัยคนราศีสิงห์มากๆเลยค่ะ ฉันมีความเป็นผู้นำและกล้าแสดงออก แถมยังมีเพื่อนเยอะแยะเลย เป็นคนที่ไม่คิดจะหยุดพัก

Marie Claire: เวลาที่มีความสุขหรือเสียใจที่สุดจะทำอะไร?
ทิฟฟานี่: เวลามีความสุขฉันจะเต้นค่ะ แต่ถ้าเสียใจก็จะไปนอนเพื่อสงบสติอารมณ์

Marie Claire: ช่วงวันหยุดจะไปทำอะไร?
ทิฟฟานี่: ฉันชอบที่จะได้ใช้เวลากับครอบครัวค่ะ เวลาได้พัก ตราบใดที่ฉันได้อยู่กับครอบครัวแล้ว ทำอะไรก็มีความสุขค่ะ


I Just Wanna ... Be True To My Style

เหล่าชาวเน็ตเกาหลีชื่นชอบที่จะดู Instagram ของทิฟฟานี่เหมือนนั่งอ่านนิตยสารแฟชั่น เพราะในนั้นจะมีตั้งแต่การแต่งตัวตามสบายๆทั่วไปจนไปถึงชุดใส่ออกงาน ที่สำคัญคือรสนิยมของเธอนั้นดีระดับนึงเลย ควรค่าต่อการเปิดดู แล้วแฟชั่นของทิฟฟานี่ในวันธรรมดาหละ?

ทิฟฟานี่ "มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกค่ะ ฉันจะแต่งตัวตามความรู้สึก ถ้าหากร่างกายฉันมีจุดที่เป็นที่ติอยู่ ฉันจะแต่งตัวเพื่อปกปิดมันไว้ค่ะ แล้วก็จะเน้นด้านที่ดีแทน"

เธอเคยพูดไว้ว่าได้ลองสไตล์มามากมาย แต่ตอนนี้เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอได้พบกับทางและสไตล์ที่เข้ากับเธอ

ทิฟฟานี่ "ในช่วงเวลานี้ ที่เราสามารถสื่อสารกันได้ ฉันหวังว่าฉันจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนสามารถก้าวข้ามจากกรอกของตัวเองค่ะ ลองแต่งตัวตามสไตล์ที่มันก้าวหน้า"

หากพูดถึงการดูแลผิวแล้ว เคล็ดลับของทิฟฟานี่สำหรับผู้อ่าน Marie Claire แล้ว คือการล้างหน้าสองรอบ หลังจากล้างเครื่องสำอางออกแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าหน้าเราสะอาดดี มันจะมีผลในระยะยาว

ทิฟฟานี่ "ฉันถ่ายงานครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฏาคมค่ะ หลังจากนั้นก็รู้สึกได้ว่าผิวตัวเองดีขึ้นมากเลยตั้งแต่ตอนนั้น ฉันเลยคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะทำนะคะ"

I Just Wanna ... Move On

ในโลกของ K-Pop สำหรับวงเกิร์ลกรุ๊ปที่อยู่มาถึง 10 ปีแล้วยังโปรโมทอยู่ ถือว่าเป็นอะไรที่หายากมากๆ ปีนี้ Girls' Generation จะฉลองครบรอบ 10 ปีกันด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่มีความหมายทั้งสำหรับตัวทิฟฟานี่เองและตัวสาวๆ Girls' Generation เองด้วย ตอนนี้เหล่าสมาชิกต่างก็ไปเดินทางตามหาความฝันของตัวเองและเตรียมงานเดี่ยวกัน สำหรับทิฟานี่ หญิงสาววัย 28 เธอมีความฝันที่อยากจะทำมันให้สำเร็จก่อนที่จะอายุ 30

ทิฟฟานี่ "ก่อนอายุ 30 ฉันอยากเป็นนักร้องเดี่ยวที่มีความรับผิดชอบ, มีศักยภาพ, อยู่ด้วยตัวเองให้ได้ค่ะ และไปแสดงที่ Broadway ค่ะ ในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ฉันโฟกัสแต่เรื่องการร้องเพลง ตอนนี้ฉันอยากจะลองก้าวไปลองทำอย่างอื่นและพัฒนาอย่างอื่นด้วยค่ะ ไม่นานมานี้ฉันได้ไปลองออดิชั่นหลายที่เลยค่ะ ฉันหวังว่าจะได้แสดงในภาพยนตร์บางเรื่องและพัฒนาความสามารถด้านการแสดงของตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากเป็นเจ้าหญิงในภาพยนตร์ของ Disney ค่ะ นั่นถือว่าเป็นความฝันของฉันมาโดยตลอด"

สำหรับทิฟฟานี่ เธอพร้อมแล้วที่จะลองก้าวไปลองพัฒนาตัวเองด้านอื่นๆ แล้วคุณหละพร้อมที่จะติดตามและชื่นชมผลงานของเธอหรือยัง?


คติประจำใจของทิฟฟานี่ คือเชื่อมั่นในตัวเอง

อย่าคิดนะว่าการที่จู่ๆทิฟฟานี่อยากจะโซโล่คือเป็นความฝันที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับ เพราะจริงๆมันเป็นความฝันเดิมของเธอตั้งแต่ก่อนมาเกาหลี

ทิฟฟานี่ "ตอนแรก ฉันมีความคิดแบบนั้นก่อนไปเกาหลีค่ะ แต่ฉันโชคดีมากที่ได้รับประสบการณ์ได้แสดงมามากมายก่อนที่จะโซโล่ เพื่อให้ฉันได้เตรียมความพร้อมทุกด้านอย่างดี สำหรับฉันแล้วการที่ได้โปรโมทเป็นวงก่อนจะโซโล่ถือว่าเป็นอะไรที่มีความหมายกับฉันมากค่ะ ฉันอยากจะสื่อข้อความที่ต่างกันออกไปผ่านบทเพลง และหวังว่าผู้ฟังจะได้รับมันค่ะ" เธอกล่าวพร้อมหัวเราะ

หลายคนคงคิดว่าการได้เป็นนักร้องนั้นคงมีอิสระน่าดู แต่หลังได้โซโล่แล้ว ทิฟฟานี่รู้หรือเปล่าว่าการมันเหมือนกับตัวเองจะได้กลายเป็นหัวหน้าของทีม เพราะต้องเป็นตัวต่อที่ดำเนินงานกับฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตากล้อง, นักแต่งเพลง ก่อนที่เราจะใส่ไอเดียของเราลงไปได้กัน สิ่งที่ยากกว่าคือความรักที่มีต่อมัน เพื่อไม่ให้เรายอมแพ้และมีใจรักที่จะทำมันอยู่ตลอด และแรงผลักดันนั้นก็คือ การที่เชื่อมั่นในตัวเอง ตั้งแต่การโปรโมทแบบวงจนกระทั่งโซโล่ ตัวของเราเองถือว่าเป็นเครื่องนำทางก็ว่าได้ โดยมีความมั่นใจเป็นหลัง ตอนนี้ก็ถือว่าครึ่งปีแล้วหลังจากทิฟฟานี่ได้โซโล่

ทิฟฟานี่ "การได้เป็นนักร้องคือความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉันค่ะ แต่เมื่อความฝันเราได้ถูกเติมเต็ม มันจะเกิดความสงสัยและความสับสน ฉันเรียนรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเป็นตัวของตัวเองและซื่อสัตย์ต่อตัวเองค่ะ ทำเพลงที่ฉันชอบ และปัญหาต่างๆก็จะหายไปเอง"

แต่ถ้าเราเอาแต่เชื่อมั่นในตัวเอง แต่ไม่มีประสบการณ์อะไรเลย แน่นอนว่าต้องเจออุปสรรคแน่นอน แม้ว่ามันจะเกิดความผิดพลาดในการแสดง มันก็จะกระทบงานเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่พบกับปัญหา ทิฟฟานี่จะหยุด เพื่อจะใช้ความคิดและมองกลับไปที่ปัญหาอีกครั้งจากมุมที่ต่างออกไป หรือมองปัญหานั้นให้กว้างขึ้น กระบวนการแบบนี้ถือว่าสำคัญมากๆต่อเธอ เพื่อเป็นการสะท้อนและคิดถึงปัญหาให้เธอสามารถทำมันให้ดีขึ้นในแต่ละครั้ง บางคนถึงกับหยอกเธอว่า "ถ้าหากสามารถย้อนเวลาได้ จะกลับไปแก้ไขหรือเปลี่ยนอะไรไหม?"

ทิฟฟานี่ตอบอย่างมั่นใจ "ในฐานะนักร้อง ฉันพูดได้อย่างมั่นใจเลยค่ะว่าเส้นทางและพัฒนาการของฉันตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั้นค่อนข้างชัดเจน รวมไปถึงเส้นทางอาชีพของฉันที่ดีแล้ว มันไม่มีอะไรที่ฉันอยากจะเปลี่ยนมันเลยค่ะ"

ได้เห็นเธอตอบคำถามแบบนี้โดยไม่มีความสับสนใดๆ แถมเธอยังน้อมรับทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีที่เกิดกับเธอ และนับว่ามันเป็นกระบวนการเพื่อจะทำให้เธอมาอยู่ทุกวันนี้ได้ วันนี้ทิฟฟานี่ทำให้เราเห็นแล้วว่าจิตใจของเธอคือสิ่งที่สำคัญ


I Just Wanna ... Dance

อัลบั้มใหม่ของเธอชื่อว่า และมันค่อนข้างชัดเจนที่เธออยากจะเต้นหลังได้โซโล่แล้ว เรื่องราวความรักของทิฟฟานี่ต่อการเต้นเริ่มตั้งแต่วัยเด็กของเธอ

ทิฟฟานี่ "ฉันชอบเต้นตั้งแต่เด็กๆแลวค่ะ การได้ไปยืนอยู่บนเวที, คลาสเต้น, หรืองานปาร์ตี้ การเต้นถือว่าเป็นการผ่อนคลายนะคะ และฉันคิดว่าทุกคนควรรักการเต้นด้วยเช่นกัน"

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็ดูพร้อมที่จะเต้นแล้ว คงเป็นเพราะมันเป็นการปล่อยอัลบั้มโซโล่ครั้งแรกของเธอ ช่วงเวลาที่เธออัดเพลง I Just Wanna Dance นั้นก็พบกับอุปสรรคบ้าง เธอต้องอัดถึง 6-7 รอบกว่าจะสำเร็จเพราะความตื่นเต้นข้างในใจ ทิฟฟานี่บอกว่านี่เป็นอัลบั้มที่เธอรู้สึกสนุกกับมันมากที่สุด การที่ได้ร้องเพลงในฐานะนักร้องเดี่ยวทำให้เธอค้นพบสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์และโทนต่างๆในการทำงานแต่ละครั้ง และยังได้ยินแต่เสียงของเธออีกด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นถือว่าเป็นความรู้สึกพิเศษสำหรับเธอเลยก็ว่าได้ เมื่อพูดถึงการเต้นแล้ว ทิฟฟานี่ก็พูดถึงไอดอลของเธอ ทั้ง 2 คนเป็นทั้งนักเต้นและนักร้อง คือ Beyonce และ Justin Timberlake

ทิฟฟานี่ "ฉันเติบโตมาในยุค 90s ค่ะ เป็นสมัยที่มีนักร้องที่มีความสามารถเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ฉันเลือก Beyonce และ JT เพราะทั้งคู่เดบิวต์ตั้งแต่อายุยังน้อย และหลังจากนั้นก็ค่อยๆพัฒนาตัวเองให้ออกมาเยี่ยมยอด เป็นทั้งนักร้องที่มีเอกลักษณ์และเป็นนักแสดงด้วยค่ะ การได้ก้าวตามเส้นทางของพวกเขาคือความฝันของฉันค่ะ" ทิฟฟานี่หัวเราะและกล่าวต่อว่า ถ้าหากเธอโชคดีพอที่จะได้เจอ Beyonce เธอจะบอกว่า "ฉันรักคุณนะคะ และคุณก็เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ"

ทิฟฟานี่ไม่ได้พอใจกับการที่จะเป็นเพียงนักร้องหรือนักเต้นเท่านั้น แต่เธออยากจะก้าวไปลองเส้นทางอื่นๆอีก นักร้องฮิพฮอพชาวอเมริกันอย่าง Far East Movement ก็ถือเป็นอีกพาทเนอร์ของทิฟฟานี่ อาจจะเป็นอีกแนวที่ฉีกต่างออกไปจาก Girls' Generation แต่ก็ถือว่าเข้ากันได้ดี หลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่อง ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นและรางวัลที่มากมายของ Emily Jean (Emma Stone นางเอกภาพยนตร์เรื่อง La La Land) มันก็ทำให้ทิฟฟานี่เกิดความทะเยอทะยานที่จะลองทำสิ่งอื่นๆดู

ทิฟฟานี่ "ฉันอยากเป็นนักร้องที่มีความสามารถหลายด้านค่ะ นักร้องที่สามารถเต้น, ร้องเพลง, และแสดงได้ อย่างไอดอลของฉัน Beyonce และ JT"

Source: Maire Claire HK
Eng Trans: @wouldlickbtsnsd
แปลไทย: Translator Gang ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[Trans] บทสัมภาษณ์แทยอนจากนิตยสาร High Cut ฉบับเดือนมีนาคม 2017



"เสียงของแทยอน"

รอยย่นที่ปากของเธอ ถูกทาด้วยลิปสติกทำให้ดูเหมือนเด็กสาว พร้อมด้วยหัวเราะและกล่าวว่า "ฉันเหมือน วง H.O.T. ฮ่าฮ่าฮ่า" ขณะที่เธอใส่กางเกงทรงโคร่ง แทยอนผ่อนคลายตัวเธอขณะอยู่ที่ถ่ายแบบ มีเสียงนึงกล่าวขึ้นมาว่า "เธอเหมือนเทพธิดาเลย" แทยอนตะโกนกลับ "ไม่เห็นจะเข้าใจเลย หมายความว่ายังไงคะ!" แล้วเธอก็หัวเราะอีกรอบ แทยอนรอบนี้เธอกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของเธอโดยปราศจากการลังเลใดๆ เป็นแบบนี้แล้วเราสามารถพูดได้ไหมนะว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอเหมือนการประกาศศักดาหลังจากที่ได้ไปทำเพลงมารอบโลก แบบนี้แล้วเราจะไม่คาดหวังจากเพลงของเธอได้ยังไง แทยอนยิ้มพร้อมกล่าว "รอบนี้ฉันมีเพลงพิเศษๆอีกแล้วค่ะ"

High Cut: เราได้ดู MV เพลง 'I Got Love' ด้วยตอนที่กำลังเดินทางมาสถานที่ถ่ายทำวันนี้ เพลงมันดีมากจนเราแอบเสียใจเลยที่มันไม่ได้เป็นเพลงไตเติ้ล
แทยอน: โอ้ ขนาดนั้นเลยหรอคะ? *หัวเราะ* ฉันได้รับเพลงนี้ตอนที่กำลังค้นหาด้านใหม่ๆของตัวเองค่ะ พอฟังเพลงนี้ปุ๊บก็รู้สึกสนใจมากๆเลย เพลงนี้ถือว่าเป็นอีกเพลงนะคะที่ฉันได้หมายตาไว้จะเป็นเพลงไตเติ้ล

High Cut: ตอนดู MV เราแปลกใจมากเลย มันถือว่าเป็นคอนเซปที่ดู 'แข็งแกร่งและแรงๆ' ตัวนึงเลย
แทยอน: มันไม่ได้ดูสวยหรือน่าหลงใหลอะไรแบบนี้หรอคะ *หัวเราะ* ทำนองเพลงมันค่อนข้างทุ้มหนัก เราเลยสร้างภาพลักษณ์ให้เข้ากับเพลงค่ะ


High Cut: ท่ามกลางเทรนด์ที่ตอนนี้เขาไม่ค่อยนิยมปล่อยอัลบั้มเต็มกันออกมา แต่คุณก็ตัดสินใจครั้งใหญ่เลย การทำอัลบั้มเต็มมันต่างกับการทำมินิอัลบั้มไหม?
แทยอน: เพราะอัลบั้มเต็มมีจำนวนเพลงที่เยอะกว่า ฉันคิดว่าการฉันได้ลองทำอะไรที่หลากหลายนะคะ เพราะเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของตัวเอง พวกเราเลยได้แก้ไขเนื้อเพลงให้เข้ากับความรู้สึกของฉันค่ะ และฉันก็ได้พูดคุยกับนักแต่งเพลงมากพอควร ถ้าเทียบกับปกติแล้ว รอบนี้ฉันได้อัดเพลงเยอะกว่านะคะ พูดถึงเวลา แต่ละเพลงใช้เวลาประมาณ 3 วัน ไม่มีเพลงไหนที่ฉันไม่ได้ลงแรงลงใจไปเลย

High Cut: เพลงโซโล่ของคุณที่ปล่อยมาทั้งหลาย ประสบความสำเร็จอย่างมาก การที่มีคนคาดหวังไว้มากๆไม่รู้สึกหนักใจหรอ?
แทยอน: ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกหนักใจหรือเป็นภาระเลยก็คงโกหกค่ะ แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจนะ ฉันแค่เชื่อใจในตัวแฟนๆค่ะ คนเราจะตั้งหน้าตั้งตาทำเพลงไปอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ เราต้องการคนที่ค้นหาและฟังเพลงของเราด้วย และแฟนๆก็ตอบรับถึงเพลงของฉัน ฉันเลยกล้าที่จะทำเพลงด้วยความกล้าค่ะ

High Cut: นักดนตรีหลายคนถึงกับออกปากชมว่าเสียงของแทยอนนั้น เต็มไปด้วย 'อารมณ์ความรู้สึก' อย่างมากเลย
แทยอน: พูดตามตรงแล้ว ฉันคิดว่ายังไม่ค่อยเข้าใจมันดีนักค่ะ สมัยเดบิวต์ใหม่ๆ ฉันร้องเพลงอย่างใจเย็นนิ่งๆเลยรู้สึกว่ามันขาดพวกอารมณ์ในเพลงไป ฉันเริ่มโปรโมทตั้งแต่เด็กและทั้งร้องเพลงไปเต้นไป ทุกครั้งที่ฉันได้รับคำชมถึงอารมณ์ในการร้องเพลงเลยมีเอียงคอนิดๆแล้วสงสัยว่าทำไมค่ะ

High Cut: การที่สามารถร้องเพลงให้เข้าถึงอารมณ์เจ็บปวดเหล่านั้นด้วยท่าทางสบายถือว่าเป็นอะไรที่ดีมากเลย
แทยอน: ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยว่า 'ถ้าหักโหมทำมันอีกสักนิดจะเป็นอะไรไหมนะ' ฉันเลยพยายามอย่างหนักค่ะ ฉันพยายามจะซึบซับเนื้อเพลงแล้วลองร้องเพลงหลายแนว ครั้งนี้ฉันไปกวนพี่ๆนักเขียนนักแต่งเพลงไว้ค่ะ "อปป้า ถ้าทำแบบนี้หละจะเป็นยังไงคะ? หรือเราทำแบบนี้แทนดีไหม? หรือทำแบบนั้นดี?" *หัวเราะ*

High Cut: จากเพลงในอัลบั้มทั้งหมดนั้น มีเพลงไหนไหมที่ถือว่าเป็นเพลงที่คุณใส่อารมณ์ลงไปเป็นพิเศษ
แทยอน: เป็นเพลงที่รุ่นพี่คิมจองวานมอบให้ค่ะ มีท่อนนึงที่กล่าวว่า 'ความรักมันก็เป็นแบบนี้' (แทยอนพูดถึงเพลง Time Lapse ที่คุณคิมจองวานแต่งให้) ทำนองเพลงเข้ากับเนื้อเพลงได้ดีเลยค่ะ ตอนที่อัดเพลงอยู่ฉันเลยเข้าถึงอารมณ์ได้ดี ตอนที่อัดเพลงทุกเพลงในอัลบั้มนี้ ฉันพยายามใส่อารมณ์เข้าไปให้มากขึ้นถ้าเทียบกับปกติ หากคุณลองตั้งใจฟังดู คุณจะได้ยินเสียงที่ขึ้นจมูกของฉันพร้อมกับน้ำตาคลอเลย *หัวเราะ*

High Cut: ได้ยินมาว่าตอนขึ้นเวทีเดบิวต์เพลง 'I' ครั้งแรกคุณตื่นเต้นมาก แล้วครั้งนี้หละ?
แทยอน: อ่า ไม่มีทางค่ะ ... ฉันได้แสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วจากตอนนั้นๅ? ฉันคิดว่าครั้งนี้คงผ่อนคลายบนเวทีมากขึ้นค่ะ


High Cut: 11 ปีหลังเดบิวต์ เรียกได้ว่าคุณเป็นทหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาหลายสนามแล้ว และคุณก็อายุ 29 แล้วด้วย
แทยอน: ตอนเด็กๆ ถ้าหากพูดว่าอายุ 29 ฉันจะนึกถึงผู้หญิงที่โตแล้วฟิลแบบอาเจ้อะไรแบบนี้ค่ะ *หัวเราะ* อายุของฉันไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลย ยังไงฉันก็จะรอดูตอนอายุ 30 ค่ะ ฉันเดาว่าคงสามารถเป็นคนที่ผ่อนคลายได้มากกว่านี้

High Cut: ตอนที่ถ่ายแบบกัน เรารู้สึกว่าคุณมีความเป็นเด็กสาวอยู่ตลอดเลย นั่นถือว่าเป็นเสน่ห์จริงๆ
แทยอน: ฉันแกล้งทำน่ะค่ะ จริงๆแล้วฉันเป็นคนขี้อายนะ

High Cut: เราค้นไปดูตอนที่คุณทำ 100 คำถาม และ 100 คำตอบสมัยที่คุณเป็นเด็กเทรนด์ คุณเขียนไว้ว่า 'อยากจะแก้ไขความขี้เกียจ' แต่ตอนนี้คุณก็ถือว่าเป็นคนที่ฝึกซ้อมถี่และบ่อยมากๆ แถมตอนนี้ยังถือว่าเป็น 'workaholic (คนบ้างาน)' อีก ที่ปล่อยเพลงออกมาทุกปี
แทยอน: นั่นมันกี่ปีแล้วคะเนี่ย *หัวเราะ* ฉันยอมรับค่ะว่าฉันเป็นพวกบ้างาน ถ้าฉันไม่ทำงานคงรู้สึกแปลกๆ ฉันเป็นพวกที่ต้องเข็นตัวเองสักหน่อย ฉันไม่ใช่พวกที่ทำการแสดงหรือเล่นละครเวที ถ้าหากฉันไม่ทำอัลบั้มหรือแสดงอะไรแล้ว ฉันก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอีกค่ะ ฉันค่อยๆค้นหาเพลงดีๆและพูดคุยกับเหล่านักแต่งเพลงอยู่เสมอๆค่ะ

High Cut: พักนี้เวลาคุณไม่มีงาน ยังทำตัวเป็น 'คนติดบ้าน' อยู่ไหม?
แทยอน: ฉันเคยคิดนะคะว่าทำไมฉันถึงติดบ้าน นิสัยของฉันคงเป็นส่วนหนึ่ง แต่สีผมของฉันคงเป็นอีกปัจจัยสำคัญค่ะ ถ้าฉันออกไปข้างนอกด้วยผมสีบลอนด์แล้ว แน่นอนค่ะว่าคนต้องหันมามองใช่ไหมหละ? แต่ไม่นานมานี้ฉันย้อมผมกลับมาสีดำแล้ว เลยไม่มีคนมองเลยค่ะ *หัวเราะ* ฉันเลยได้ผ่อนคลายและเที่ยวเล่นได้บ้าง แต่ตอนนี้กลับมาย้อมบลอนด์อีกแล้ว ... อืม ... คงต้องคลุกตัวอยู่บ้านอีกแล้วหละ

High Cut: แล้วเวลาอยู่บ้านคนเดียวคุณทำอะไร? เห็นแฟนๆบอก คุณเลี้ยงหมาของทิฟฟานี่, เล่นเกมในมือถือ, ระบายสี, ทาเล็บ, ย้อมผมเอง, ต่อเลโก้, และฟังเพลง?
แทยอน: ก็ตามนั้นเลยค่ะ? แต่ฉันก็อบขนมด้วยนะ

High Cut: คุณอบคุ้กกี้เองแล้วแบ่งมันให้กับแฟนๆตอนคริสต์มาสด้วย
แทยอน: ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คงต้องพักจากการอบขนมสักพัก ตอนถ่าย V App ฉันทำขนมไปแล้วก็บาดเจ็บบ้าง การที่ต้องพยายามทั้งจัดรายการและอบขนมพร้อมกันนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันรู้สึกว่า 'อ่า ฉันก็มีขอบเขตเหมือนกันค่ะ ฉันทำได้แค่นี้'

High Cut: งั้นแปลว่าปีนี้ตอนคริสต์มาสก็ไม่มีคุ้กกี้ให้แฟนๆแล้วหรอ?
แทยอน: ฉันว่าไม่หรอกค่ะ แต่เทศกาลคริสต์มาสมาทุกปีใช่ไหมหละ? อย่าเพิ่งโยนความหวังทิ้งสิคะ รอก่อนนะ แล้วฉันจะ .. *หัวเราะ* วันคริสต์มาสเนี่ย เขาก็ให้คนเหงามาฉลองด้วยกันไงคะ


High Cut: คุณเหมือนเป็นเพื่อนกับแฟนๆเลย
แทยอน: เป็นแบบนั้นเลยค่ะ ฉันขึ้นชื่อว่าไม่มีเพื่อน ฉันมีแต่สาวๆโซชิและแฟนๆเป็นเพื่อนมาเป็นเวลานาน แต่ไม่นานมานี้ฉันได้ไปดื่มเบียร์กับเพื่อนๆที่รู้จักกันตอนทำเพลง ใต้แสงไฟสลัวๆ ตอนนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่ฉันรู้สึกมีความสุขนะคะ "นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าความสุข" แล้วก็ชนแก้วกันค่ะ ... ฉันเริ่มคอแข็งขึ้นนะคะ ฉันกำลังอยู่ระหว่างการเพิ่มสกิลให้ดื่มโซจูได้เกินครึ่งขวด *หัวเราะ*

High Cut: สาวๆโซชิได้ส่งข้อความให้กำลังใจหรือเปล่า?
แทยอน: ส่งค่ะ สาวๆโซชิต่างก็ยุ่งอยู่มีงานเดี่ยว แต่พอ teaser ปล่อยออกมาแล้ว ฉันก็ได้รับข้อความตอนตี 4 พวกเธอบอก "นี่ไม่ได้ปลุกเธอหรอกใช่ไหม? แล้วพวกเธอก็ให้ฟีดแบคฉันค่ะ ฉันรู้สึกขอบคุณมากๆเลย หากเราไม่มีงานวงแล้ว ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันเท่าไหร่ เวลาทำงานด้วยกัน สาวๆจะช่วยดูแลฉันในวันที่ทำงานกันจนดึกดื่นหรือเวลาไปทำงานที่ต่างประเทศ ฉันรู้สึกขอบคุณพวกเธอมากๆเลยค่ะ

High Cut: พวกคุณพูดแต่สิ่งดีๆต่อกันหรือเปล่า?
แทยอน: คนเราถ้าเป็นครอบครัวกันจริงๆก็คงมีดุหรือว่ากันบ้างค่ะใช่ไหมหละ *หัวเราะ* 'ทำไมไม่ทำตัวให้ดูสวยๆกว่านี้หละ, ขี้อายไปแล้ว, ลองทำมันอีกสักนิดสิ, กล้าๆตั้งใจทำหน่อย' คำพูดอะไรแบบนี้ค่ะ

High Cut: หากจะให้คะแนนความพึงพอใจต่ออัลบั้มนี้แล้ว คุณจะให้เท่าไหร่?
แทยอน: อืมมม ... 85 คะแนนค่ะ เพราะว่า ... ฉันสามารถดึงแนวเพลงใหม่ที่ไม่เคยรู้จักออกมาได้ ได้ลองทำเพลงที่ต่างออกไปจากแนวที่เคยทำ หลังอัดเพลงฉันจะบอกกับคนคุมเสียงว่า 'ช่วยดูแลมันด้วยนะคะ' ฉันค่อนข้างที่จะผิดหวังอยู่นิดๆค่ะ แต่ครั้งนี้ ฉันได้อัดเพลงที่คุณคิมจองวานมอบให้ฉัน ฉันรู้สึกพอใจมากๆเลย อารมณ์ของฉันแบบว่า ดีมากกกกกกกเลย ไม่ใช่เพราะทำได้ดีหรอกนะคะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ 'Nell มอบเพลงแบบนี้ให้ฉันหรอ?' ฉันได้ร้องเพลงที่คุณคิมจองวานแต่งให้ด้วยสไตล์ของฉันเองและมันก็ออกมาโอเคเลยทำให้ฉันมีความสุขและดีใจมากๆเลยค่ะ เขาเป็นนักดนตรีที่ฉันเป็นแฟนคลับมาตั้งแต่สมัยเทรนด์อยู่ มันถือว่าเป็นความสุขและความพึงพอใจที่ฉันรู้สึกได้เป็นครั้งแรก หลังอัดเสร็จฉันถึงกับตะโกนแล้วก็ชูมือโบกไปมาอะไรแบบนี้เลยค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ

High Cut: พูดถึงด้านเพลงแล้วมีอะไรที่คุณอยากลองทำบ้างไหม ตอนที่คุณร้อง 'Run Devil Run' เวอร์ชั่นร็อคตอนนั้นในปี 2011 แฟนๆถึงกับเรียกมันว่าตำนานเลย
แทยอน: ไอกู มันไม่ถึงกับเรียกว่าตำนานหรอกค่ะ ... ปกติแล้วฉันชอบวงร็อคนะคะ คุณพ่อของฉันชอบวงร็อคต่างประเทศ ฉันเลยได้ฟังเพลงของ วง Metallica บ่อยๆตั้งแต่เด็ก ฉันรู้สึกสนุกตอนฟังเพลงฮิพฮอพด้วยค่ะ แต่เพลงที่เราฟังกับเพลงที่เราร้องมันต่างกันมากนะคะ ฉันไม่คิดว่าการแร็พมันเข้ากับฉันสักนิด *หัวเราะ* ฉันคิดว่าเพลงที่ฉันร้องตอนนี้ ด้วยเสียงวงดนตรีและแบบสบายๆ เพลงที่ทำให้รู้สึกสบายๆเน้นเสียงร้องคงเป็นเพลงที่ฉันร้องได้ออกมาดีที่สุดในตอนนี้ค่ะ

High Cut: คุณอยากจะสื่ออะไรผ่านอัลบั้มนี้ถึงคนฟังบ้าง?
แทยอน: คำถามแบบนี้ยากมากเลยค่ะ อัลบั้มนี้ชื่อว่า 'My Voice' ตั้งแต่คอรัสก็เต็มไปด้วยเสียงของฉันค่ะ ฉันใส่อารมณ์ลงไปอย่างล้นเหลือเลยค่ะตอนทำเพลง ส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าแฟนๆจะรับรู้ถึงอารมณ์เหล่านั้นนะ ฉันหวังว่าพวกคุณจะนั่งอยู่ในท่าสบายๆแล้วฟังเพลงของฉันค่ะ แล้วก็อย่าลืมนึกนะคะว่าเพลงของฉันจะปล่อยออกมาอีกเรื่อยๆในอนาคตค่ะ *หัวเราะ*

Source: @SonexStella
แปลไทย: Translator Gang ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[News] เตรียมเสียงกรี๊ดให้พร้อมกับ ‘My Voice’ อัลบั้มเต็มชุดแรกของแทยอน (Taeyeon)






สัปดาห์ที่แล้ว (เมื่อวันที่ 17 ก.พ.) แทยอนได้ปล่อย MV เพลง 'I Got Love' ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับแฟนๆ พร้อมประกาศจะคัมแบ็คปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรก นอกจากนั้นแล้วแทยอนก็ได้ปล่อย Highlight Clip สำหรับแต่ละเพลงของเธอใน ช่อง youtube ของ SMTOWN ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในอัลบั้มเต็มชุดแรก 'My Voice' ของแทยอน จะมีเพลงทั้งหมด 13 เพลง และทุกเพลงจะปล่อยบนเว็บไซต์เพลงเกาหลี วันที่ 28 ก.พ. เวลา 10 โมงเช้าประเทศไทย

แทยอนจะคัมแบ็คเวทีแรกในรายการ Music Bank วันที่ 3 มี.ค. ต่อด้วยรายการ Show! Music Core วันที่ 4 มี.ค. และรายการ Inkigayo วันที่ 5 มี.ค. อย่าลืมติดตามและให้กำลังใจแทยอนกันนะคะ!


เพลงไตเติ้ลในอัลบั้ม อย่างเพลง 'Fine' จะเป็นเพลงแนว alternative pop มาพร้อมกับจังหวะดนตรีที่ชัดเจน

เพลงที่ 2 'Cover Up' จะเป็นเพลงอารมณ์ชิลๆผนวกกับเสียงของคีย์บอร์ดและเครื่องเสียงต่างๆ แถมยังมีเนื้อเพลงที่สนุกเกี่ยวกับการพัฒนาระหว่างหญืงสาวและชายหนุ่ม

เพลงที่ 3 'Fell So Fine' จะเป็นเพลงที่พูดถึงผีเสื้อที่โบยบินในท้องฟ้า

เพลงที่ 4 'I Got Love' เป็นเพลงที่ถูกปล่อย MV มาก่อนหน้านี้

เพลงที่ 5 'I'm OK' เป็นเพลงที่ได้ Devine-Channel คนดังมาช่วยแต่งเพลง

เพลงที่ 6 'Time Lapse' ได้คิมจองวาน นักร้องและมือกีตาร์ จากวง 'Nell' มาแต่งเพลงให้

เพลงที่ 7 'Sweet Love' เป็นเพลง Pop R&B ช้าๆ ที่มีท่อนคอรัสที่ทรงพลังให้แทยอนได้อวดเสียงที่แสนยอดเยี่ยมของเธอ

เพลงที่ 8 'When I Was Yong' จะเป็นเพลงบัลลาด

เพลงที่ 9 'Lonely Night' ทำเพลงโดย Kenzie เป็นแนว PB R&B ร่วมสมัยให้ความรู้สึกเหงาๆในคืนนึง

เพลงที่ 10 'Love in Color' เพลงเปียโนอคูสติกมาพร้อมกับเสียงที่น่าฟังของแทยอน

เพลงที่ 11 'Fire' ได้ทีมเดิมที่ทำเพลง I มาทำเพลงให้ ไม่ว่าจะเป็น Langston, Bennett Armstrong, Justin Armstrong, และ Carah Faye

เพลงที่ 12 'Eraser' เพลงที่แทยอนนิยามไว้ว่าสดชื่นเหมือนกับโซดา

และเพลงสุดท้าย เพลงที่ 13 'Time Spent Walking Through Memories' เป็นเพลงของวง Nell ที่แทยอนเคยนำมาร้องในคอนเสิร์ต 'Butterfly Kiss' ของเธอเมื่อปีก่อน

พรีวิวอัลบั้มเต็มชุดแรก 'My Voice' ของแทยอน โดยจะมีทั้งหมด 2 เวอร์ชั่น โดยจะแบ่งเป็นเวอร์ชั่น 'Fine' และ 'I Got Love' มีทั้งหมด 2 ปก, โปสเตอร์ 2 ลาย, การ์ดสุ่ม 10 แบบ (เวอร์ชั่นละ 5 แบบ), นอกจากนั้นในอัลบั้มยังมีตัว Event Card ที่ทางเว็บยังไม่ได้ประกาศว่าจะสามารถนำไปใช้ทำอะไร



Source: soshified, Taeyeon Official Website
แปลไทย: Translator Gang ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[Trans] บทความ ‘ปีที่ 10 ของโซชิ โซนยอชิแด คือ การสื่อสาร, เสน่ห์ของหญิงสาว, ความต่างตั้งแต่เริ่ม, และตัวแทน’ บนเว็บ Naver


เกิร์ลกรุ๊ป 'โซนยอชิแด' เดบิวต์พร้อมกับเพลง 'Into The New World' ในเดือนสิงหาคม ปี 2007 และปีนี้ก็ถือว่าเป็นครบรอบ 10 ปีของวง กว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น โซนยอชิแดได้โปรโมทและทำกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความหมายโดยไม่มีเว้นพัก ทำให้เห็นผลที่มั่นคง ถ้าให้เราอธิบาย โซนยอชิแดนั้นเป็น 'เกิร์ลกรุ๊ปที่โปรโมทนานที่สุด' ก็คงพูดไม่พอ เพราะกว่า 20 ปีหลังการเกิดของวง SES ในปี 1997 และการครบรอบ 10 ปีของโซนยอชิแด ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆของเกิร๋ลกรุ๊ปเกาหลี หากเรามองย้อนกลับไปสัก 10 ปีของพวกเธอ

ในปี 2015 มีเกิร์ลกรุ้ปเดบิวต์ใหม่กว่า 37 วง อย่างไรก็ตามมีหลายวงที่ปล่อยเพลงออกมาแล้วไม่ได้เป็นที่รู้จักหรือวงโดนดิสแบนด์ไปบ้าง เพราะทุกวันนี้เทรนด์เปลี่ยนไปเร็วมาก เพราะฉะนั้นแล้วความสำเร็จ 10 ปี ของโซนยอชิแดเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาเลยที่เดียว นับจาก SES ที่เดบิวต์ในปี 1997 และฉลองครบรอบวงปีที่ 20 ในวงการนั้น โซนยอชิแดก็ถือเป็นวงต้นแบบที่ใครๆในวงการต่างก็อยากจะก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้น หากมองให้ลึกลงไปถึงความแข็งแกร่งและจุดแข็งของพวกเธอใน 10 ปีนั้น ด้วยคำ 4 คำ 'โซ นยอ ชิ แด'


ภาพจากรายการ Girls Go To School


ภาพจากรายการ We Got Married ของแทยอน


ภาพจากโฟโต้บุ๊ค All About Girls Generation Paradise in Phuket

'โซ' การสื่อสารระหว่างกันเป็นพื้นหลังที่สำคัญมากสำหรับมิตรภาพของคน 8 คนที่แตกต่างกัน แล้วต้องมาทำงานด้วยกันเป็นทีมกว่า 10 ปี ทั้งหมดนั้นก็เริ่มมาจากการสื่อสารพูดคุยกัน

สมัยที่ยังเป็นน้องใหม่ สาวๆโซชิมีช่วง 'คุยเปิดใจ 5 นาที' โดยจะเปิดโอกาสให้ทุกคนในวงได้แบ่งปันความรู้สึกในแต่ละวัน การทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เวลาที่เราผิดใจกันแล้วด่าทอหรือว่ากันในทันที เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้ความรู้สึกฝังลึกลงไปในใจ การพูดคุยกันแบบนี้กลายมาเป็นความเคยชินโดยธรรมชาติ นำไปสู่ถึงความพยายามที่จะเข้าใจกันและกัน นอกจากนั้นสมาชิกในวงยังใส่ใจวันเกิดของกันและกันอีกด้วย มันอาจจะฟังดูธรรมดาทั่วๆไปนะ แต่ใครจะเป็นรู้หละว่านี่น่ะคือรากฐานของความเป็นทีมเลย พอสมาชิกแต่ละคนเริ่มหันไปทำงานเดี่ยวกันบ้าง พวกเธอก็ยังคงสนับสนุนกันและกัน หากใครคนใดในวงไปทำงานเดี่ยวแล้วหละก็ สาวๆในวงที่เหลือก็ไม่พลาดที่จะบุกไปให้กำลังใจกันอย่างแน่นอน อีกมุมมองนึงของความเป็นเพื่อนเหล่านั้นคือหนึ่งในสมาชิกของวง ที่ทำแคมเปญช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาสำหรับคุณพ่อของซูยอง


'นยอ' เสน่ห์แบบหญิงสาวๆ

พวกเธอคงอยู่ไม่ได้หากไม่มีแฟนๆแล้ว สมัยที่โซชิเพิ่งเดบิวต์ พวกเธอเองก็เป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่น แต่พอพวกเธอเริ่มเติบโตขึ้น กลายมาเป็นหญิงสาวเต็มตัว เสน่ห์ของพวกนั้นก็ได้ดึงดูดแฟนๆที่แตกต่างกันออกไป และค่อยๆสร้างแฟนด้อมที่แข็งแกร่งนี้ขึ้นมา เกิร์ลกรุ้ปยุคแรกๆนั้นมีแฟนคลับเป็นผู้ชาย โดนแฟนๆจะอายุตั้งแต่ 10-40 มารวมตัวกันเป็นหนึ่ง และโซนยอชิแดได้สร้างยุคสมัย คุณสามารถพูดได้ว่านี่ถือเป็นยุคแรกที่สามารถนำพาผู้ชายหลากหลายช่วงวันมาสู่แฟนด้อมของเกิร์ลกรุ๊ป อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นแฟนด้อมที่แข็งแกร่งแต่ก็มีหวั่นไหวกันบ้าง หลังจากมีความเดทของเหล่าเมมเบอร์ แต่แฟนด้อมนี้ก็ยังคงมั่นคงและสนับสนุนการคบหากันของคู่ซูยองที่กำลังเดทอยู่กับจองคยองโฮ


'ชิ' แตกต่างกันตั้งแต่เริ่มต้น

โซนยอชิแดเป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่ได้เรียนทั้ง การเต้น, ร้องเพลง, การแสดง, และภาษาต่างๆก่อนจะเดบิวต์ เพราะเป้าหมายคือการตีตลาดนอกประเทศด้วย ต้องขอบคุณ 'พื้นฐานที่มีมาตั้งแต่เกิด' ของพวกเธอนะ มันทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นจุดสำคัญของวงการ K-POP เลย หากคิดจะอยากไปตีตลาดโลก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความสำเร็จของวงที่เริ่มจากความต่างตั้งแต่เริ่มต้น พวกเธอยังได้ลองทำคอนเซปและสไตล์ที่หลากหลายในการทำเพลง กลายมาเป็นกระแส ทั้งความเป็นผู้หญิงและแฟนตาซีของผู้ชาย ซึ่งกลายมาเป็นจุดที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น 'จุดขาย' เพื่อให้เข้ากับการเป็น 'ไอดอล'


'แด' วงที่ถือว่าเป็นตัวแทน

โซนยอชิแดถือว่าเป็นวงที่แข็งแกร่ง ด้วยความแตกต่าง, เสน่ห์ที่หลากหลาย, และทีมเวิร์คที่สุดยอดมากนั้น ทำให้วงสามารถประสบความสำเร็จรวมไปถึงสมาชิกแต่ละคนด้วยตลอด 10 ปีนั้น พวกเธอถือว่าเป็นวงต้นแบบดีเด่นของเหล่าเกิร์ลกรุ้ปกว่า 20 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนสมาชิกแต่อย่างใด ทั้งนี้ชินฮวาได้โปรโมทมาถึง 19 ปี และกลายเป็น 'ตำนาน' ของโลกไอดอล และโซนยอชิแดเองก็กลายมาเป็น 'ต้นแบบ' ของเกิร์ลกรุ้ปเช่นเดียวกัน พวกเธอได้ประสบความสำเร็จมากมาย ทั้งในและนอกประเทศ เป็นตัวแทนของแบรนด์ K-POP นี้ คังแทคยู นักวิจารณ์เพลงเผยว่า "ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในวงการเพลงเลยก็ว่าได้ ที่พวกเธอนั้นได้ทิ้งจุดที่ทำให้พวกเราต้องมานั่งคิดกันว่า 'จะทำอย่างไรที่จะสามารถเอาชนะความเป็นโซนยอชิแดได้' "

Source: Naver
Eng Trans: @TippaCha 1, 2
แปลไทย: Translator Gang ll soshifanclub ll http://www.soshifanclub.com

[Info] ข้อมูลอัลบั้ม My Voice อัลบั้มเต็มแรก ของแทยอน (Taeyeon)

ข้อมูลอัลบั้มเต็ม อัลบั้มแรก ของแทยอน (Taeyeon)



ชื่ออัลบั้ม : My Voice
ประเภทอัลบั้ม : อัลบั้มเต็ม ที่ 1
ราคาอัลบั้ม : 19,000 วอน (ประมาณ 570 บาท) ข้อมูลจาก synnara
เว็บหลัก : taeyeon.smtown.com



เพลงในอัลบั้ม :
1. Fine
2. Cover Up
3. 날개 (Feel So Fine)
4. I Got Love
5. I
Page 5 of 530« First...34567...102030...Last »
Go to Top